การเขียนบันทึกประจำวันเป็นกิจกรรมการพัฒนาตนเองอย่างหนึ่งที่เราสามารถทำได้
การบันทึกประสบการณ์ในแต่ละวันพร้อมกับการบันทึกบทเรียนชีวิตที่เราได้รับจากประสบการณ์แต่ละเรื่อง จะทำให้เราเกิดปัญญา และมีความคิดเฉียบแหลมมากขึ้น เพราะในการเขียนบันทึกแต่ละครั้งเราจะสามารถปรับปรุงการมีสติและรู้สึกตัวให้ดีขึ้น และผลที่จะตามมาก็คือ เราจะกระทำสิ่งที่ผิดพลาดบกพร่องน้อยลง
การเขียนบันทึกประจำวันจะช่วยให้เรามองเห็นเป้าหมายของเราได้แจ่มชัดยิ่งขึ้น เพื่อจะได้เตือนใจให้เราสนใจแต่สิ่งที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ
การเขียนบันทึกประจำวัน ทำให้เรามีโอกาสสนทนากับตัวเองแบบตัวต่อตัวตามลำพัง มันจะทำให้เราได้คิดอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ในยุคสมัยที่คนเรามักไม่ค่อยมีเวลาสำหรับคิดอย่างลึกซึ้งอีกแล้ว
การเขียนบันทึกประจำวันเป็นกิจกรรมการพัฒนาตนเองอย่างหนึ่งที่เราสามารถทำได้
การบันทึกประสบการณ์ในแต่ละวันโดยการบันทึกบทเรียนที่เราได้รับจากประสบการณ์แต่ละเรื่อง จะทำให้เราเกิดปัญญา มีความคิดเฉียบแหลมมากขึ้น เพราะในการเขียนบันทึกประจำวันเราจะสามารถปรับปรุงการมีสติและรู้สึกตัวให้ดีขึ้น เราจะกระทำสิ่งที่ผิดพลาดบกพร่องน้อยลง
การเขียนบันทึกประจำวันจะช่วยให้เราสามารถมองเป้าหมายของเราได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อจะได้เตือนใจให้เรามุ่งสนใจแต่สิ่งที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ
การเขียนบันทึกประจำวัน ทำให้เรามีโอกาสสนทนากับตัวเองแบบตัวต่อตัวตามลำพัง มันทำให้เราได้คิดอย่างลึกซึ้งมากขึ้นในยุคสมัยที่คนเรามักไม่ค่อยมีเวลาคิดอย่างลึกซึ้งอีกแล้ว
นอกจากนี้ การเขียนบันทึกประจำวันยังทำให้เราสามารถคิดได้กระจ่างใสขึ้น มีความตั้งใจมั่นและรู้แจ้งได้ยิ่งขึ้น
ยิ่งกว่านั้น มันยังทำให้เรามีศูนย์กลางในการบันทึกความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่สำคัญๆ ทำให้เราได้บันทึกกลยุทธ์และตัวชี้วัดที่เราใช้แล้วประสบผลสำเร็จ เพื่อจะได้มุ่งมั่นทำในสิ่งที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายในงานอาชีพและงานส่วนตัว รวมทั้งสามารถพัฒนาจิตใจได้มากยิ่งขึ้นในภายหน้า
ประการสุดท้าย การเขียนบันทึกประจำวันยังทำให้เราได้ฝึกฝนการจินตนาการและการค้นหาความใฝ่ฝันที่แท้จริงของเราอีกด้วย
บันทึกประจำวันไม่ใช่ไดอารี่
เพราะว่า ไดอารี่เป็นบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน แต่คำว่าบันทึกประจำวันนี้มาจากคำว่า Journal ซึ่งเป็นที่ๆเราทำการวิเคราะห์และประเมินเหตุการณ์ประจำวัน
การเขียนบันทึกประจำวัน หรือ Keep A Journal นี้ จะกระตุ้นเราให้พิจารณาสิ่งที่เราทำ ว่าเราทำสิ่งนั้นเพราะอะไร รวมทั้งพิจารณาว่าเราได้เรียนรู้สิ่งใดบ้างจากการกระทำสิ่งเหล่านั้น
นอกจากนี้ การเขียนบันทึกประจำวันจะทำให้เราได้ฝึกฝนการพัฒนาตนเองและพัฒนาภูมิปัญญาจากการมีเวทีในการศึกษาและใช้ประโยชน์จากการกระทำต่างๆในอดีตเพื่อสร้างความสำเร็จในอนาคตให้มากยิ่งขึ้น
ยิ่งกว่านั้น นักวิจัยด้านการแพทย์ยังค้นพบว่า การเขียนหนังสือในบันทึกประจำวันของเราเองเพียงวันละ 15 นาที สามารถช่วยพัฒนาสุขภาพพลานามัยและสร้างเสริมประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันโรค รวมทั้งพัฒนาทัศนคติของเราให้ดีขึ้นได้ อีกด้วย
เราต้องจำไว้ให้ดีว่า ถ้าชีวิตของเรามีค่าควรแก่การจดจำ เราก็ควรบันทึกความจำเรื่องราวของชีวิตส่วนนั้นเอาไว้ด้วย
&&&&&&&&
ประสิทธิ์ คชโคตร, PH.D. แปลจาก
Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari
By Robin Sharma
บางแค กรุงเทพมหานคร
1 กันยายน 2564











ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น