วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ต้องกล้าเสี่ยงให้มากขึ้น Take More Risk

 



ผมขอบอกเลยว่า ตอนที่คุณกำลังนอนรอวันตายอยู่บนเตียงผู้ป่วยนั้น คุณจะไม่รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่คุณเคยเสี่ยงภัยอย่างโชคโชนมาก่อน อย่างแน่นอน

แต่ที่คุณจะรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง จะต้องเป็นเรื่องที่คุณไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าลงมือกระทำ เรื่องโอกาสดีๆที่คุณไม่ได้ฉกฉวย และเรื่องความหวาดกลัวที่คุณไม่ได้ออกไปเผชิญ อย่างแน่นอน

เราต้องจำไว้ว่า ฝั่งที่อยู่ตรงกันข้ามกับความกลัว คืออิสรภาพ  และเราจะต้องยึดมั่นในหลักการแห่งความสำเร็จที่กล่าวว่า

“ชีวิตไม่ใช่เกมส์ที่เกี่ยวกับอย่างอื่น แต่มันเป็นเกมส์ของตัวเลข ที่ยิ่งเสี่ยงมาก รางวัลก็ยิ่งสูงมาก”




กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ตามคำพูดของ Sophocles ที่ว่า

“ทรัพย์สมบัติมิได้อยู่ด้านเดียวกับคนที่หัวใจอ่อนแอ” 

เพื่อที่จะใช้ชีวิตอย่างเต็มภาคภูมิเราต้องกล้าเสียงมากขึ้น และกล้าทำสิ่งที่เรากลัว ต้องอดทนต่อความรู้สึกไม่สะดวกสบาย และต้องเลิกที่จะเดินบนเส้นทางที่ไม่มีอุปสรรค แน่นอนว่าคุณจะเจอขวากหนามเมื่อเดินบนเส้นทางที่ยังมีคนเดินไม่มาก แต่นี่ก็เป็นเส้นทางเดียวที่คุณจะไปถึงสถานที่ๆต้องการ ดังที่มารดาคนฉลาดของผมกล่าวเสมอว่า

“เธอจะไปถึงฐานที่สามไม่ได้ ตราบใดที่เท้าอีกข้างหนึ่งยังติดอยู่กับฐานที่สอง” 

หรือดังที่ Andre Gide ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า

“ คนเราจะค้นพบดินแดนใหม่ยังไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่ยินยอมตกอยู่ในสถานการณ์ที่มองไม่เห็นฝั่งเป็นเวลานานเสียก่อน”




ความลับในการมีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ คือการเลิกแสวงหาความมั่นคงแล้วหันมาเริ่มต้นใช้เวลาในการแสวงหาโอกาส

แน่นอนว่าคุณจะต้องพบกับความล้มเหลวบ้าง ถ้าคุณใช้ชีวิตอย่างถี่ถ้วน และลุ่มหลงมันจริงๆ

อย่างไรก็ดี ความล้มเหลวก็มิใช่สิ่งที่ไร้ค่า เพราะมันคือการเรียนรู้เพื่อที่จะได้ชัยชนะ

หรือดังที่บิดาของผมตั้งข้อสังเกตไว้วันหนึ่ง ว่า

“ Robin ลูกพ่อ ตามกิ่งก้านของต้นไม้ที่ยื่นออกไปไกลๆ มันเสี่ยงอันตรายมากนะ แต่ผลไม้ทั้งหมดก็อยู่ตรงนั้น”

 ดังที่ผมเขียนไว้ในตอนต้นว่า ชีวิตล้วนเกี่ยวกับทางเลือก คนที่ประสบความสำเร็จ คนที่บรรลุเป้าหมายสูงสุดล้วนตัดสินใจฉลาดกว่าคนอื่น คุณอาจเลือกใช้เวลาทั้งวันนั่งอยู่บนฝั่งของชีวิต เพื่อจะได้มีความปลอดภัยสูงที่สุด หรือคุณจะตัดสินใจดำน้ำลึกลงไปเพื่อค้นพบไข่มุก ทีกำลังรอคอยคนกล้า


เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจให้แก่ตนเอง และเพื่อให้เกิดความมุ่งมั่นต่อความจริงที่ว่าผมจะต้องสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ตัวเองในระหว่างที่ผมก้าวเดินไปในอนาคต ผมจึงเขียนข้อความของ Theodore Roosevelt ดังต่อไปนี้ด้วยอักษรตัวโตและชัดเจนมาก ไว้ในห้องอ่านหนังสือ โดย ผมเขียนว่า

... คนที่โลกจะคัดเข้าเป็นตัวจริงของทีม มิใช่คนที่เก่งแต่วิพากษ์วิจารณ์ มิใช่คนที่เก่งแต่ออกมาโพนทะนาถึงความล้มเหลวของคนที่เข้มแข็ง มิใช่คนที่ออกมาพร่ำเพ้ออบรมคนที่กำลังลงมือทำงานอยู่ว่าควรทำอะไร 

แต่เครดิตและความน่าเชื่อถือจะตกเป็นของคนที่ก้าวลงสนาม คนที่หน้าตามอมแมม คนที่คลุกฝุ่น คนที่อาบเหงื่อและคนที่โชกเลือด คนที่มุมานะอย่างกล้าหาญ คนที่พลาดพลั้งและล้มเหลวซ้ำซาก คนที่มีความกระหาย คนที่ทุ่มเทสุดหัวใจ คนที่อุทิศชีวิตให้กับเป้าหมายที่เชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่า คนที่ในที่สุดรู้จักการมีชัยชนะจากความสําเร็จ …

คนที่รู้ว่าในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากเขาเกิดประสบความล้มเหลว อย่างน้อย เขาก็จะล้มเหลวอย่างองอาจ จนกระทั่งเขาไม่ตกอยู่ในกลุ่มคนที่ขาดจิตวิญญาณ คนที่ ขี้ขลาด จนไม่รู้จักรสชาติของชัยชนะ และ ความพ่ายแพ้

&&&&&&&&

ประสิทธิ์ คชโคตร แปล จากLife Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari 

บางแค

กรุงเทพมหานคร

22 พฤษภาคม 2564



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น