เรื่องที่ 3 ต้องรักษามุมมองของเราไว้ให้ดี
&&&&&&&&
มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า
วันหนึ่ง ชายผู้ป่วยหนักคนหนึ่งนั่งเก้าอี้วีลแชร์เข้ามารักษาตัวในโรงพยาบาล ในห้องผู้ป่วยที่เข้าพัก มีผู้ป่วยชายคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงที่ริมหน้าต่างอยู่ก่อนแล้ว
พอทั้งสองคนเรื่มคุ้นเคยกัน ผู้ป่วยที่เตียงริมหน้าต่างเริ่มบรรยายถึงสภาพที่สวยงามของโลกภายนอกโรงพยาบาลที่เขามองเห็นผ่านทางหน้าต่างให้เพื่อนผู้ป่วยหนักอีกคนหนึ่งฟังอย่างละเอียดละออ
บางวันผู้ป่วยชายคนนี้จะบรรยายความงามของต้นไม้ใบหญ้าในสวนสาธารณะที่เขามองเห็นผ่านหน้าต่างของโรงพยาบาล
เขาบรรยายรายละเอียดของใบไม้ที่ไหวเอนไปตามแรงลมว่าเมื่อดูแล้วมีความสวยงามเพียงใด
บางวันเขาจะสร้างความสนุกสนานให้แก่เพื่อนผู้ป่วยคนนี้ด้วยการบรรยายภาพว่าในระหว่างที่ผู้คนแต่ละคนเดินผ่านโรงพยาบาลไปนั้น พวกเขาแสดงอากัปกิริยาอย่างไรกันบ้าง
พอหลายวันผ่านไป ผู้ป่วยชายคนนี้เริ่มรู้สึกหงุดหงิดที่ตนเองไม่สามารถมองเห็นภาพความจริงตามที่เพื่อนผู้ป่วยของเขาบรรยาย
เขาเริ่มไม่พอใจเพื่อนคนนี้ และในที่สุดก็เกลียดชังเขามากยิ่งขึ้น
คืนหนึ่ง หลังจากมีอาการไออย่างรุนแรง ผู้ป่วยที่เตียงริมหน้าต่างนี้ก็หยุดหายใจ
แทนที่เขาจะกดออดเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเพื่อนคนนี้ เขากลับเฉยเสีย
เช้าวันรุ่งขึ้นแพทย์ก็แจ้งว่าผู้ป่วยคนที่บรรยายภาพบรรยากาศด้านนอกโรงพยาบาลให้เพื่อนผู้ป่วยฟังนี้ เสียชีวิตแล้วและเตียงริมหน้าต่างก็ถูกเข็นออกจากห้องไปแล้ว
ผู้ป่วยอีกคนรีบแจ้งความประสงค์ทันทีว่าขอย้ายเตียงของตนไปแทนที่ๆริมหน้าต่าง และพยาบาลที่รับผิดชอบก็จัดการให้ตามความประสงค์ของเขา
แต่ทันทีที่เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เขาถึงกับตกใจจนตัวสั่น เพราะปรากฏว่าหน้าต่างนั้นเปิดออกไปพบกับกำแพงอิฐเป็นผนังทึบ !
เพื่อนผู้ป่วยของเขาคนที่จากไปนี้ ได้สร้างจินตนาการภาพที่น่าอัศจรรย์ขึ้นในใจ
แล้วบรรยายภาพในจินตนาการนั้นให้มีชีวิตชีวาเพื่อให้เพื่อนคนที่ป่วยหนักอีกคนหนึ่งได้เห็นภาพพจน์ของโลกที่มีแต่ความสวยงามขึ้นในยามที่เขากำลังเผชิญกับความทุกข์
เขากระทำสิ่งนี้ด้วยความรักอย่างปราศจากการเห็นแก่ตัว
ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องเล่าเรื่องนี้ มันช่วยปรับมุมมองของผมเสมอ
เพื่อที่จะให้การดำเนินชีวิตมีความสุข มีความสมบูรณ์ ในยามที่เราเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก ในยามที่เรารู้สึกเครียด และกดดัน เราต้องปรับมุมมองของเราเสมอ และต้องถามตัวเองตลอดเวลาว่า ยังมีวิธีปฏิบัติหรือหนทางที่ดีกว่าและเบิกบานใจกว่านี้อีกหรือไม่ในการมองปัญหาที่ดูเหมือนจะยุ่งยากมากเช่นนี้
สตีเฟน ฮอว์กกิ้ง ( Stephen Hawking ) นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า
“ มนุษย์เราอาศัยอยู่บนดวงดาวขนาดเล็กๆดวงหนึ่งที่แฝงตัวอยู่ชายขอบของแกแลกซี่หนึ่งในบรรดาแกแลกซี่จำนวนนับแสนล้านแกแลกซี่ “
เมื่อเราฟังนักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่กล่าวเช่นนี้แล้ว เราคิดอย่างไรบ้างเกี่ยวกับการปรับมุมมองของเรา
เมื่อได้รู้ข้อมูลเช่นนี้แล้ว คุณยังจะคิดว่าปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่เป็นปัญหาที่มีขนาดใหญ่โตมากอยู่อีกหรือไม่ ?
คุณยังคิดว่าปัญหาหรือความท้าทายที่เผชิญหน้าอยู่ในปัจจุบันนี้มีความร้ายแรงตามที่คุณจินตนาการว่ามันใหญ่โตเกินจริงอยู่หรือไม่?
มนุษย์เราอาศัยอยู่บนโลกนี้ชั่วระยะเวลาอันสั้น ในกระแสของสิ่งทั้งปวง ชีวิตของเราเป็นเพียงหยดสีหยดเล็กๆบนผืนผ้าใบของคำว่านิรันดร์กาล
ดังนั้น จะดีกว่าหรือไม่ที่เราจะใช้ภูมิปัญญาในการเดินทางสู่เป้าหมายของเรา ขณะเดียวกันก็ชื่นชมความสวยงามของสิ่งต่างๆในระหว่างการเดินทางด้วย.
&&&&&&&&
ประสิทธิ์ คชโคตร
อดีตปลัดจังหวัดกาฬสินธ์ุ
แปล จาก Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari
เขตบางแค กรุงเทพมหานคร
16 เมษายน 2564




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น