ในฐานะจอมยุทธแห่งวงการส่งเสริมการคิดในเชิงบวก เมื่อมีคนถามคำถามในตอนที่เขากำลังจะสูญเสียความสามารถในการฟังอย่างสิ้นเชิงแล้ว ว่าเพราะอะไรเขาจึงไม่ประดิษฐ์เครื่องช่วยฟัง เขาตอบว่า
“คุณได้ยินได้ฟังอะไรมาบ้าง มากแค่ไหนในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาที่มีความสำคัญถึงขนาดว่าถ้าคุณไม่ได้ยินสิ่งนั้นแล้วจะทำให้คุณมีชีวิตอยู่ไม่ได้” เขายังพูดอย่างยิ้มแย้มต่อไปอีกว่า
“คนที่จำเป็นต้องตะโกนในเวลาพูดไม่มีทางที่จะพูดโกหก”
แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผมจดจำได้ดีที่สุดเกี่ยวกับคนพิเศษท่านนี้ คือ ขีดความสามารถที่หาได้ยากที่สุดในการที่จะไปต่อได้อีกทั้งๆที่ได้นอนพักเพียงแค่สี่ชั่วโมง
“การนอนก็เหมือนยาเสพติด” เขาอธิบาย
“ เมื่อนอนมาก มันทำให้คุณมีอาการเหมือนถูกสารกระตุ้น คุณจะเสียเวลา เสียความกระปรี้กระเปร่า และเสียโอกาส”
คนเราส่วนใหญ่จะนอนมากเกินความจำเป็น เรามักบอกตัวเองว่าต้องนอนอยู่ใต้ผ้าห่มให้ได้อย่างน้อย แปดชั่วโมงเต็มๆร่างกายจึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด เราไม่เชื่อว่าร่างกายจะทำงานได้ดีถ้าเรานอนน้อย และจะรู้สึกไม่สบายใจถ้าจะต้องอดนอน อย่างไรก็ดี ดังที่ผมเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ว่าปริมาณการนอนไม่ใช่เรื่องที่สำคัญ สิ่งที่สำคัญอยู่ที่คุณภาพและความสมบูรณ์ของการนอน
ลองนึกถึงเวลาที่ชีวิตเป็นไปอย่างลงตัวสิ เช่น เวลาที่การงานในออฟฟิศมีความกระฉับกระเฉงลงตัวดี ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ราบรื่น จิตใจก็เบิกบานแจ่มใส คุณจะรู้สึกว่าตัวเองมีพลัง และมีความกระปรี้กระเป่าตลอดเวลา ในเวลาเช่นนี้ คุณจะจำได้ว่าคุณสามารถก้าวหน้าและไปต่อได้อย่างสบายๆ ถึงแม้ว่าคุณจะนอนน้อยลงก็ตาม อันที่จริง ในเวลาเช่นนี้ เรามีเรื่องราวที่ดีๆมากมายที่ทำให้เราตื่นเต้นมากขึ้นจนไม่อยากจะสูญเสียเวลาไปกับการนอนให้มากจนเกินความจำเป็น
คราวนี้ลองหันมาพิจารณาเวลาที่ชีวิตไม่เป็นไปอย่างราบรื่นบ้างการงานก็ย่ำแย่ คนใกล้ชิดก็กดดันทำให้เราอารมณ์เสีย และเราเองก็ไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเอง ในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นไปได้ว่าคุณจะใช้เวลานอนมากขึ้นกว่าปกติ บางทีคุณอาจจะหลับไปจนถึงบ่ายสองในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเรามักใช้การนอนเป็นการหนีความจริงในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
แต่ในความเป็นจริง คุณจะรู้สึกอย่างไรเมื่อคุณตื่นขึ้นมาหลังการนอนมากเกินไป คุณจะรู้สึกมึนงง หมดกำลังใจ และเหนื่อยล้า ใช่หรือไม่?
ดังนั้น จึงไม่ใช่จำนวนชั่วโมงที่เราหลับที่เป็นประเด็นสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ปริมาณการฟื้นฟูที่ร่างกายเราได้รับ เราต้องพยายามใช้เวลาอยู่บนเตียงนอนให้น้อยลง แต่ต้องนอนหลับให้ลึก และหลับให้สนิทสมบูรณ์ ต้องเข้าใจว่าการปวดเมื่อยเป็นเรื่องของจิตใจที่เป็นผลมาจากการกระทำสิ่งที่เราไม่ชอบกระทำ และขอให้จดจำคำกล่าวที่ชาญฉลาด ของ Henry Wadsworth Longfellow ที่กล่าวว่า
“ตำแหน่งที่สูงส่งที่บรรดามหาบุรุษบรรลุถึง และเข้ายึดครองเอาไว้ได้ มิใช่ว่าไปถึงได้ด้วยการบินที่ฉาบฉวย แต่คนเหล่านี้ใช้เวลาในยามค่ำคืนขณะที่คนอื่นกำลังหลับไหลไปทำการปีนป่ายอย่างบากบั่นเพื่อไต่เต้าให้สูงขึ้น”
&&&&&&&&
ประสิทธิ์ คชโคตร แปลและเรียบเรียง จาก Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari
บางแค กรุงเทพมหานคร
August 4,2021




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น