Albert Schweitzer กล่าวไว้ว่า “ไม่มีศาสนาใดที่สูงส่งยิ่งกว่าการให้บริการเพื่อนมนุษย์ การปฏิบัติงานจิตอาสาเพื่อสาธารณประโยชน์คือหลักความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” และปรัชญาจีนโบราณก็กล่าวไว้ว่า “กลิ่นอายความหอมเล็กๆน้อยๆย่อมติดมือของคนที่ยื่นกุหลาบให้แก่เราอย่างแน่นอน”
บทเรียนสำหรับคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างสูงบทหนึ่งคือ การเติบโตขึ้นจากชีวิตที่ใช้เพื่อแสวงหาความสำเร็จ ไปสู่ชีวิตที่อุทิศเพื่อการแสวงหาความโดดเด่นเป็นพิเศษ และวิธีการแสวงหาความโดดเด่นเป็นพิเศษ ก็คือ การถามตัวเองด้วยคำถามที่ง่ายที่สุดว่า “ฉันจะให้บริการได้อย่างไร?”
บรรดาผู้นำ นักคิด และนักมนุษยธรรม ที่ยิ่งใหญ่ ต่างสละความเห็นแก่ตัว เพื่ออุทิศชีวิต และจากการปฏิบัติเช่นนี้ พวกเขาก็ได้รับความสุข ความสมบูรณ์ และความพึงพอใจตามที่ปรารถนา พวกเขาต่างเข้าใจว่าความจริงเกี่ยวกับมนุษยธรรมที่สำคัญ คือเราไม่สามารถแสวงหาความสำเร็จ แต่ความสำเร็จ เป็นผลที่ตามมา ความสำเร็จจะไหลมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ราวกับว่าเป็นผลพลอยได้ของชีวิตที่พลีให้เพื่อบริการประชาชนและเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่โลก
มหาตมะ คานธี เข้าใจจริยธรรมในการให้บริการนี้ดียิ่งกว่าใครๆในโลก จากเรื่องเล่าที่ประทับใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตของท่าน มหาตมะ คานธี กำลังเดินทางข้ามดินแดนในประเทศอินเดียโดยพาหนะรถไฟ ตอนที่ท่านลงจากรถไฟที่โดยสารมา ท่านสวมรองเท้าได้ข้างเดียว เพราะว่าอีกข้างหนึ่งตกลงไปในรางรถไฟไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง แทนที่จะกังวลใจที่ไม่สามารถเก็บรองเท้าข้างนั้นได้ คานธีกลับทำสิ่งที่เพื่อนร่วมทางต้องประหลาดใจ นั่นคือ คานธีถอดรองเท้าอีกข้างออกแล้วขว้างไปยังที่ๆรองเท้าข้างที่ตกอยู่ในรางรถไฟ เมื่อมีคนถามว่าเพราะเหตุใดจึงทำเช่นนี้ คานธียิ้มและตอบว่า
“ตอนนี้คนจนที่มาพบรองเท้าข้างแรกก็จะมีรองเท้าอีกข้างที่เขาสามารถสวมเข้าคู่กันได้”.
฿฿฿฿฿฿฿฿
ประสิทธิ์ คชโคตร แปลและเรียบเรียง จากบทที่ 100 ของหนังสือ Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari
Bangkok Thailand
August 15,2021








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น