วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ฝึกการเดิน Learn How To Walk

 มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเมื้อเกือบสิบปีมาแล้ว ตอนนั้นผมได้รับกล่องพัสดุจากคุณพ่อ ข้างในมีหนังสือเก่ามากเล่มหนึ่ง ที่บนปกหน้าด้านใน มีลายมือพ่อเขียนข้อความว่า

 “ โรบิน ลูกรัก นานมาแล้วพ่อซื้อหนังสือเล่มนี้จากร้านหนังสือมือสอง ถึงแม้ว่าราคาจะไม่แพง มันก็มีค่าสูงมากนะ พ่ออ่านหนังสือเล่มนี้ทันทีอย่างมีความสุขมาก และหวังว่าลูกก็จะอ่านอย่างมีความสุขเช่นกัน รักลูกมาก จากพ่อ”



หนังสือเล่มนี้ชื่อ เก็บเกี่ยวประโยชน์จากชีวิตให้ได้มากที่สุด (Getting The Most Out Of Life)  ตีพิมพ์ปี 1946 และเป็นหนังสือที่มีค่ามากที่สุดเล่มหนึ่งในบรรดาหนังสือเกี่ยวกับภูมิปัญญาและการพัฒนาตนเองที่มีอยู่ในห้องสมุดส่วนตัวของผม ผมกลับมาอ่านบทความสั้นๆ ที่มีหัวข้อเกี่ยวกับการพัฒนาชีวิตอย่างหลากหลายเสมอๆ ตัวอย่างเช่น เรื่อง “ ตื่นขึ้นมาแล้วต้องยังชีพต่อไป”  “ธุรกิจเกี่ยวกับการมีอายุยืน” และ” วิธีมีชีวิตอยู่จนครบ 24 ชั่วโมงทุกๆวัน” 

จากการกลับมาอ่านซ้ำอีกหลายๆครั้งผมได้รับประโยชน์จากบทความเหล่านั้นมากขึ้น หนังสือเล่มนี้นับว่าเป็นสมบัติที่หาค่ามิได้







เมื่อวันฝนตกที่ผ่านมา ผมหยิบหนังสือเล่มนี้ออกมาอ่านอีกโดยเปิดผ่านๆไปหลายบท และมาสะดุดตรงบทที่ว่าด้วย “วิธีการเดิน” ในหัวข้อนี้ ผู้เขียนคือ Alan Devoe แชร์ภูมิปัญญาเกี่ยวกับวิธีการแสวงหาประโยชน์ให้ได้มากที่สุดจากการเดิน โดยเขาแนะนำสามข้อ คือ

 ประการแรก การเดินไม่ควรมีเป้าหมายเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง แทนที่จะมีเป้าหมายปลายทาง เราควรซึมซับเอาความสวยงามของการเดินในตัวของมันเองด้วย 

ประการที่สอง เราต้องไม่นำเอาความกังวลใจติดตัวไปในการเดิน ต้องทิ้งความกังวลใจไว้ที่บ้าน เพราะถ้าเราไม่ทิ้งความกังวลใจไว้ที่บ้าน มันจะค้างคาอยู่ในใจจนถึงตอนจบของการเดิน 

ประการสุดท้าย ต้องมีสติรู้ตัวอย่างเต็มที่ ฝึกฝนตัวเองให้ตั้งมั่นอยู่กับภาพที่มองเห็น เสียงที่ได้ยิน และกลิ่นที่เข้ามาทางจมูก ต้องพิจารณารูปร่างลักษณะของใบไม้ สังเกตความงามของก้อนเมฆ และสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ 

ดังที่ Alan Devoe สรุปไว้ว่า “ในที่สุดแล้วโลกนี้ไม่ใช่ว่าจะเปราะบาง ขาดความจีรังยั่งยืน ในเมื่อคนเรายังมีโอกาสได้มองดูโลก ได้สูดดมกลิ่นไอของโลก ได้สัมผัสผิวโลก และได้อยู่ตามลำพังกับโลก “

การได้คุ้นเคย ได้เป็นมิตรสนิทสนมกับโลกเช่นนี้ จัดว่าเป็นการฟื้นฟูความสุข ความสนุกสนาน ความตื่นเต้นเร้าใจซึ่งเคยรู้สึกเมื่อครั้งเรายังเป็นเด็ก สิ่งเหล่านี้เอง คือเป้าหมายของการเดิน.



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น