คุณไม่มีวันที่จะทำอะไรที่ผิดพลาดเลยถ้าคุณไปชื่นชมความงามของธรรมชาติ
การไปเดินในป่ามีผลลัพธ์ที่วิเศษอย่างยิ่ง การก้าวเท้าแต่ละก้าวจะเป็นไปอย่างเบาสบาย ความรู้สึกสงบในจิตใจจะท่วมท้นขึ้นมาเต็มอก และความคิดสร้างสรรค์ก็จะพรั่งพรูออกมา ดังที่ Leonardo da Vinci ศิลปินและสถาปนิกนามกระเดื่องชาวอิตาลี กล่าวไว้ว่า
“จิตวิญญาณของมนุษย์รับรู้ความงามของโลกผ่านหน้าต่างของดวงตา จะมีใครบ้างที่เชื่อว่า ฉากธรรมชาติฉากเล็กๆเพียงฉากเดียวจะสามารถบรรจุภาพของจักรวาลเอาไว้ได้”
ช่วงเวลาที่ผมประทับใจมากที่สุดในแต่ละปี คือช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะว่าในฤดูนี้ใบไม้ในป่าจะสะท้อนแสงแดดทำให้มีสีสันวูบวาบ เจิดจ้า สดใส และสวยงามยิ่งนัก ฤดูใบไม้ร่วงจึงเหมาะสำหรับการไปเดินในป่า ความสงบที่เกิดจากบรรยากาศที่ไร้เสียงรบกวนของความวุ่นวายจากในเมือง ทำให้ความหมายของค่านิยมต่างๆที่ผมนับถือมีความแจ่มกระจ่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น จนผมสามารถพินิจพิจารณาปัญหาที่สำคัญๆที่ยังไม่เคยได้รับคำตอบได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนกว่าแต่ก่อน
ผมอาจจะเดินไปหยุดที่ริมลำธารสายเล็กๆ และผ่อนคลายอารมณ์บนโขดหินที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสีเขียวหรือไม่ก็สูดดมกลิ่นหอมของมวลดอกไม้ ซึ่งบรรยากาศเช่นนี้มีเพียงคนที่มาเดินในป่าเท่านั้นที่จะสัมผัสได้อย่างแท้จริง
ในตอนที่ผมเดินออกจากโอเอซิสธรรมชาตินี้ไป ผมจะกลายเป็นคนใหม่อีกคนหนึ่ง ที่มีความตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า มีพลัง และมีชีวิตชีวามากขึ้น ภูมิปัญญาโบราณทั้งหลายต่างก็สรรเสริญพลังในการฟื้นฟูสภาพจิตใจและร่างกายที่ได้รับจากการเดินในป่า ว่าเป็นวิธีการที่ให้ผลลัพธ์ที่อุดมสมบูรณ์ตลอดกาล
&&&&&&&&
ประสิทธิ์ คชโคตร แปล จาก Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari
บางแค กรุงเทพมหานคร
12 กรกฎาคม 2564















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น