ในยุคเศรษฐกิจใหม่ คุณจะได้รับค่าตอบแทนมิใช่จากการทำงานหนักแค่ไหน แต่จากมูลค่าเพิ่มที่คุณมอบให้แก่สังคม
ลองคิดดูให้ดี ถ้าวันนี้คุณได้รับค่าจ้าง 20 ดอลลาร์ยูเอสต่อชั่วโมง เงิน20 ดอลลาร์ที่จ่ายให้คุณมิใช่เพราะว่าคุณมานั่งที่โต๊ะทำงานเป็นเวลา 60 นาที แต่เป็นเพราะว่าคุณได้สร้างมูลค่าคิดเป็นเงิน 20 ดอลลาร์ในเวลา 60 นาทีนั้นต่างหาก
เพราะฉะนั้น รางวัลที่จ่ายเป็นเงินนี้ไม่ใช่กำหนดจากจำนวนเวลาที่ใช้ในการทำงาน แต่กำหนดจากมูลค่าที่คุณเพิ่มให้แก่สังคม
มูลค่าเพิ่มจึงเป็นตัวกำหนดว่า ทำไมศัลยแพทย์สมองจึงได้รับค่าจ้างมากกว่าพนักงานในร้าน McDonald หลายเท่า
ศัลยแพทย์สมองเป็นคนดีกว่าพนักงานร้านแมคโดนัลใช่ไหม?
ไม่แน่หรอก ศัลยแพทย์สมองทำงานหนักกว่าใช่ไหม? ก็ไม่แน่อีกเช่นกัน แพทย์ผ่าตัดสมองฉลาดกว่าไหม?
ใครจะไปรู้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน สิ่งนั้นคือ แพทย์ผ่าตัดสมองมีการสะสมความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญพิเศษมากกว่าพนักงานร้านแมคโดนัลอย่างแน่นอน
มีคนส่วนน้อยที่มีความรู้ในสิ่งที่ศัลยแพทย์สมองรู้ เพราะเหตุนี้ ในวงการตลาดจึงยอมรับว่าหมอผ่าตัดสมองมีมูลค่าสูงมาก
มูลค่าในทางการตลาดนี้จึงทำให้แพทย์ผ่าตัดสมองได้รับค่าจ้างสูงเป็นสิบๆเท่าของพนักงานทำเบอร์เกอร์ ดังนั้น เงินจึงเป็นสัญญลักษณ์ตัวชี้วัดว่าแต่ละคนสามารถเพิ่มมูลค่าให้สังคมมากน้อยเพียงใด
เพราฉะนั้น จงเป็นคนที่จะได้รับค่าจ้างจากการทำงานให้มากที่สุด โดยคุณจะต้องเพิ่มมูลค่า ต้องทำประโยชน์ให้แก่สังคมให้มากขึ้น
วิธีการที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สังคม ก็คือ ต้องเริ่มต้นเป็นคนที่มีมูลค่ามากขึ้น แสวงหาทักษะที่คนอื่นยังไม่มี อ่านหนังสือที่คนอื่นยังไม่อ่าน คิดในเรื่องที่คนอื่นยังไม่คิด
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ คุณจะยังไม่ได้รับทุกสิ่งทุกอย่างทีคุณปรารถนา ตราบใดที่คุณยังเป็นคนแบบเดิมๆ
เพื่อที่จะได้รับสิ่งดีๆจากชีวิต คุณจะต้องเป็นสิ่งทั้งปวงในชีวิตให้มากขึ้น
&&&&&&&&
ประสิทธิ์ คชโคตร แปลจาก Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari
Bangkhae
Bangkok Thailand
July 23,2021





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น