วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ไปเป็นอาสาสมัคร Become A Volunteer

 ผมมีความรู้สึกว่าสุภาษิตเปอร์เซียยุคโบราณข้อหนึ่งมีความหมายดีมากครับ  สุภาษิตนี้กล่าวว่า

“ผมเคยร้องให้หนักมากที่ตัวเองไม่มีรองเท้าที่จะสวมใส่ จนกระทั่ง มาเจอคนที่ไม่มีเท้าทั้งสองข้าง”

มันเป็นการง่ายที่เราจะตีโพยตีพายว่าปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่มีความร้ายแรงมาก จนลืมนึกถึงสิ่งที่ดีๆหลายประการที่เราต้องรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ การสละเวลาของเราไปเป็นอาสาสมัครเพื่อให้บริการแก่คนที่ขาดแคลนเป็นกิจกรรมที่จะทำให้เราหวนคิดถึงความอุดมสมบูรณ์ในตัวเรา




หลังจากที่ผมกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องการเป็นผู้นำต่อตัวแทนบริษัทประกันภัยที่มีชื่อเสียงจบลงแล้ว มีชายคนหนึ่งเข้ามาพบ และบอกผมว่าเขาเป็นผู้ผลิตฝีมือดีอันดับต้นๆของบริษัท เหตุผลประการหนึ่งที่ทำให้เขาประสบความสําเร็จ คือ การสละเวลาเล็กน้อยในแต่ละสัปดาห์ไปช่วยเหลือคนที่มีโอกาสน้อยกว่าเขา เขากล่าวว่า

“การได้เห็นว่าคนอื่นขาดแคลนสิ่งใดบ้าง เป็นโอกาสดีที่ทำให้ผมหันมาสนใจในสิ่งที่ผมเองมีอยู่ มันทำให้ผมไม่มองข้ามสิ่งใดเลย และสำคัญที่สุดก็คือมันทำให้ผมมีโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคนที่เขาต้องการผมจริงๆ”

Albert Chweitzer นายแพทย์ชาวเยอรมนี ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า

“ ผมไม่รู้ว่าโชคชะตาของคุณจะเป็นอย่างไรบ้าง  แต่ผมรู้อยู่สิ่งหนึ่ง นั่นคือ ในบรรดาพวกคุณมีอยู่คนหนึ่งที่จะมีความสุข คนนั้นคือ คนที่แสวงหาและค้นพบวิธีให้บริการแก่ผู้อื่น” และ Anne Marrow Lindberg ก็บันทึกไว้ว่า “เราไม่อาจชำระหนี้ได้ด้วยการแสดงความขอบคุณ แต่คนเราต้องชำระหนี้เป็นสิ่งของในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต”

การเป็นอาสาสมัคร เปิดโอกาสให้คุณได้ช่วยเหลือผู้อื่นและชดใช้หนี้คนที่เคยช่วยเหลือเกื้อกูลเรา”

ประสิทธิ์ คชโคตร แปลจาก

Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari 

บางแคกรุงเทพมหานคร

14 กรกฎาคม 2564





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น