วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

จินตนาการความเป็นจริงที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น Imagine A HigherReality

 Albert Camus เคยเขียนไว้ว่า 

“ท่ามกลางความมืดมัวของฤดูหนาว ผมพบว่ามีมีความรื่นรมย์ของฤดูร้อนอันอบอุ่นแทรกอยู่อย่างเหนียวแน่น”

เราไม่รู้หรอกว่า คนเรามีพลังและมีความทรหดอยู่มากแค่ไหนจนกว่าเราจะเจออุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต บวกกับความเครียดที่ทำให้ปวดร้าวในหัวใจ ถึงตอนนั้น เราจึงรู้ว่าเราเองมีความกล้าหาญอยู่ลึกๆ และยังมีขีดความสามารถที่จะจัดการปัญหาร้ายแรงที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของเรา

หญิงชายหลายคนที่เข้าสัมมนาโครงการพัฒนาผู้นำกับผม เข้ามาพบผมภายหลังจบโครงการ หลายคนบอกเล่าถึงปัญหาชีวิตที่เคยเผชิญในระยะที่ผ่านมา บางท่านเปิดเผยถึงความยากลำบากในการโน้มน้าวจิตใจพนักงานในเวลาที่เกิดภาวะวิกฤต หลายท่านก็ปรารภถึงความปรารถนาที่จะค้นหาความหมายที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นโดยผ่านการงานในหน้าที่ของตน นอกจากนี้ยังมีบางคนที่ขอคำแนะนำเกี่ยวกับการฟื้นฟูความสมดุลย์ในชีวิต

คำตอบของผมมักเริ่มต้นด้วยบทเรียนแบบเดียวกันเสมอ นั่นคือ ผมบอกว่า เพื่อที่จะปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้น คุณจะต้องเริ่มต้นที่ การปรับปรุงวิธีคิดของตนเสียก่อน หรือดังที่คำโบราณที่กล่าวว่า

“เรามองโลกนี้มิใช่ตามที่มันเป็น แต่เรามองโลกตามที่เราเป็น”

ทรัพย์สมบัติที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ คือ ขีดความสามารถในการปรับและเปลี่ยนแปลงความหมายของสถานการณ์ความยุ่งยากคับขันให้ไปในทิศทางที่สว่างไสวขึ้น และเสริมสร้างขีดความสามารถให้สูงขึ้น

สุนัขทำแบบนี้ไม่ได้ แมวทำแบบนี้ไม่ได้ ลิงก็ทำแบบนี้ไม่ได้

พรสวรรค์ในการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสนี้ เป็นสมบัติของคนเราและพรสวรรค์นี้เองที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ การกล่าวโทษสถานการณ์ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องคิดในด้านที่ไม่ดีเช่นนี้ ก็คือ การแก้ตัวนั่นเอง

ในการจัดการกับปัญหาใดๆเราจะต้องมีความกล้าหาญที่จะแบกรับภาระต่างๆที่เป็นความรับผิดชอบต่อทุกๆสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและจะต้องตระหนักเป็นอย่างดีว่าเราเองยังมีขีดความสามารถที่จะใช้อุปสรรคนั้นให้เป็นประโยชน์แก่เราด้วย 

อุปสรรคชีวิตที่ยากลำบากมักจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน







ประสิทธิ์ คชโคตร แปลและเรียบเรียงจาก บทที่ 75 ของหนังสือ Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari 

Bangkok, Thailand 

July 31, 2021

15.17 Hours 






วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

กำหนดระเบียบปฏิบัติประจำสำหรับแต่ละวัน Create A Daily Code Of Conduct



 เป็นการง่ายที่เราจะดำรงชีวิตเหมือนดั่งใบไม้ที่หลุดลอยเคว้งคว้างตามกระแสลมไปวันๆ แต่เพื่อเป็นการสร้างชีวิตให้ยิ่งใหญ่ขึ้น เราต้องดำรงชีวิตอย่างมุ่งมั่นและหลงไหลใฝ่ฝันให้มากขึ้น  เพื่อว่าคุณจะได้ใช้ชีวิตให้เป็นไปตามความต้องการของตนเองมากกว่าที่จะทำตามความต้องการของคนอื่น

ปัญหาที่ท้าทายก็คือในสถานการณ์ที่มีภารกิจหนักอึ้งอยู่ทุกวัน มันก็ล่อแหลมที่จะถูกชีวิตเล่นงานเรา แทนที่เราจะเป็นฝ่ายบงการชีวิต จนเราต้องเฝ้ามองแต่ละวันที่เปลี่ยนเป็นสัปดาห์ สัปดาห์ เป็นเดือน และเดือนก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นปีอย่างรวดเร็ว



แต่ผมเองมีทางแก้สำหรับปัญหานี้

ในชีวิตของผม ผมได้สร้างกฏกติกาประจำวันขึ้น

ผมทำเอกสารโดยเขียนเป็นสามย่อหน้า ย่อหน้าแรกระบุคุณค่าในชีวิต ย่อหน้าที่สองระบุคุณธรรมประจำใจ และย่อหน้าที่สามระบุประกาศเจตนารมณ์ที่ผ่านการใคร่ครวญเป็นอย่างดีแล้วว่าผมจะใช้เป็นหลักยึดในการเพื่อสร้างชีวิตที่มีความสมบูรณ์

ยกตัวอย่างอย่างเช่น ย่อหน้าแรกระบุว่า

“ใน24 ชั่วโมงต่อไปนี้ ข้าพเจ้าประกาศว่าจะมุ่งมั่นที่จะมีความซาบซึ้งวันนี้ทั้งวันโดยถือว่าวันนี้เป็นวันเดียวที่เรามีอยู่จริงๆ จึงต้องใช้เวลาทุกนาทีอย่างฉลาดและใช้อย่างเต็มที่ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราสามารถทำได้ใน24 ชั่วโมงข้างหน้าเพื่อที่จะสนับสนุนส่งเสริมการปฏิบัติตามระเบียบวาระชีวิตของข้าพเจ้า 

และเขียนตำนานชีวิตของข้าพเจ้าให้สำเร็จ ตลอดเวลาในวันนี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้เป็นอย่างดีว่าอาจเป็นวันสุดท้ายในชีวิตแล้ว และไม่มีวีรบุรุษท่านไหนเลยที่ต้องตายไปในขณะที่ดนตรีในใจยังบรรเลงไม่จบเพลง”

ต่อจากนั้น กฏเกณฑ์การปฏิบัติประจำวันของผมก็จะเขียนถึงค่านิยมสูงสุดของผมและคำประกาศเจตนารมณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับครอบครัวและชุมชน และตัวของผมเอง

อ่านระเบียบปฏิบัติประจำวันนี้ทันทีในตอนเช้า อ่านอีกครั้งในตอนที่กลับมายัง

 “ฐานที่มั่นหลัก” ที่เคยกล่าวถึงมาก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อเป็นการเตือนตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญสูงสุดในชีวิตของผม และเชื่อมโยงผมอีกครั้งหนึ่งเข้ากับสิ่งที่มีความสำคัญอันดับที่หนึ่ง ซึ่งเรามักจะลืมได้อย่างง่ายดายในยามที่เหตุการณ์ประจำวันมีความสับสนวุ่นวายอย่างยิ่ง

หลังจากการอ่านกฏกติกาการปฏิบัติประจำวัน ผมจะเกิดความรู้สึกมีพลัง มีความมุ่งมั่น และมีความพร้อมที่จะออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยสำนึกแห่งเป้าหมายและความตั้งใจจริง

การสร้างกฏกติกาการปฏิบัติประจำวันของคุณเองขึ้น ก็จะส่งผลต่อตัวคุณเช่นเดียวกัน

&&&&&&&&&

ประสิทธิ์ คชโคตร แปลและเรียบเรียง จากLife Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari บทที่ 74

บางแค กรุงเทพมหานคร

31 กรกฎาคม 2564 เวลา 06.56 น.



วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

สร้างทีมพันธมิตร Create A Mastermind Alliance

 สร้างทีมพันธมิตร 

Create A Mastermind Alliance 


&&&&&&&&


ในหนังสือที่ขายดีมากๆ ชื่อ Think And Grow Rich  คิดแล้วรวย”  Napoleon Hill ผู้นำด้านการพัฒนาตนเองระดับแนวหน้า ให้คำแนะผู้อ่านว่า ถ้าต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา ต้องจัดตั้ง ทีมพันธมิตร” ( Mastermind) ขึ้น


นโปเลียน ฮิลล์ อธิบายความหมายของ

 ”ทีมพันธมิตร” ว่าหมายถึง


ความร่วมมือผนึกกำลังความรู้ และความพยายามด้วยจิตวิญญาณความสามัคคีระหว่างคนสองคนขึ้นไป เพื่อการบรรลุเป้าหมายที่ชัดเจน


เขากล่าวเสริมอีกว่า 

“ คนสองคนไมมีทางที่จะร่วมมือกันอย่างมีสปิริตที่กลมกลืนได้ โดยไม่มีการก่อตั้ง ”พลังที่มองไม่เห็น” เพิ่มเติมอีกประการหนึ่งเพื่อให้เป็น ”พลังที่สามที่มองไม่เห็นและไม่เป็นรูปธรรม เสียก่อน “


คนที่ประสบความสำเร็จที่ผมช่วยโค้ชชีวิตของพวกเขาเป็นการส่วนตัว หรือที่ผมพบในการสัมมนา  ต่างกล่าวตรงกันว่าสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาประสบความสําเร็จ ก็คือ การตั้งทีมพันธมิตร 


จากการตั้งทีมพันธมิตรนี้ขึ้น พวกเขาไม่เพียงสร้างเครือข่ายขึ้นเพื่อสนับสนุนกันและกันเป็นการส่วนตัว และสร้างมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ระหว่างกันเท่านั้น แต่ยังใช้ประโยชน์จากความรู้ความสามารถพิเศษ ตลอดจนสามารถระดมภูมิปัญญาที่โดยปกติจะเข้าถึงได้ยากอย่างยิ่งด้วย


ในการสร้าง ”ทีมพันธมิตรของคุณเอง “ ให้หาคนสี่ถึงห้าคนที่คุณรู้สึกว่าสามารถเรียนรู้จากคนเหล่านี้ได้ และต้องเป็นคนที่จะเช้ากันได้เป็นอย่างดีกับสมาชิกกลุ่มด้วย 


ทีมพันธมิตรนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ร่วมกัน ดังนั้นคุณจะต้องสามารถที่จะ “ให้” แก่พันธมิตรพอๆกับสามารถที่จะ ”รับประโยชน์” จากสมาชิกทีมพันธมิตรนี้เช่นกัน


วิธีการเริ่มต้นคือ ให้ติดต่อกับพันธมิตรและจัดการให้มีการประชุมหรือพบปะสนทนากันสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง การประชุมยามเช้าตรู่จะเป็นการดีมาก เพราะว่าจะเป็นการกดดันให้สมาชิกเกิดความผูกพันและมีความมุ่งมั่นกับกลุ่มพันธมิตรมากขึ้น ทุกวันนี้มีโซเชี่ยลมีเดียที่ก้าวหน้ามาก เราก็ไม่จำเป็นต้องมาประชุมต่อหน้ากัน เราสามารถใช้สื่อเหล่านี้ให้เป็นประให้มากที่สุดได้




พอถึงเวลานัดหมาย ก็เริ่มต้นประชุมอภิปราย เล่าเรื่องปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่ แล้วก็ถามความเห็นที่เป็น Inputs จากสมาชิก

อภิปรายถึงหลักการต่างๆที่เคยใช้แล้วได้ผลดี ( success principle aka best practices ) ตลอดจนบทเรียนชีวิตที่ประสบความสําเร็จอย่างมีประสิทธิภาพมาแล้วอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ให้อภิปรายถึงวิธีการใช้ชีวิตที่มีความสมดุลและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างความสงบทางจิตใจด้วย


ทีมพันธมิตร ( Mastermind Alliance) นี้ นอกจากจะช่วยประหยัดระยะเวลาในการเรียนรู้เกมชีวิตแล้ว ยังจะช่วยให้คุณมีความสนุกสนานในการเล่นเกมส์ชีวิตอีกด้วย.


&&&&&&&&


ประสิทธิ์ คชโคตร แปลและเรียบเรียง จาก บทที่ 73 ของหนังสือ

Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari 


บางแค

กรุงเทพมหานคร

30 กรกฎาคม 2564







วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

จะมีใครที่เข้าใจคำว่าวิปัสสนาAre There Anyone Who Can Understand THE Vipassana aka Mind Development Buddha’s Style



 วิปัสสนากรรมฐาน

สมถกรรมฐาน 

สองคำนี้แหละ ที่เราต้องศึกษา เพื่อการพัฒนาจิตใจ

การคิดกับการลงมือทำThinking versus Doing 

 ความรู้ กับทักษะ Knowledge and Skill 

ปัญหาการงวิจัย และคำถามการวิจัยนี้ ขอกราบนมัสการอาราธนาถามถามองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมศาสดา

ขอให้ศึกษาจาก #พุทธวจนะ เรื่องวิปัสสนา นี้โดยตรง

























บทที่ 72 มองให้เห็นว่าวันหนึ่งก็คือชีวิตทั้งชีวิต See Your Day As Your Life

 See Your Day As Your Life

&&&&&&&&


วันเวลาผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเหมือนดั่งคนสวมหมวกไอ้โม่งที่นำห่อของฝากพะรุงพะรังจากเพื่อนที่อยู่แดนไกลมามอบให้เราโดยไม่เอ่ยปากพูดจาบอกอะไรเลยสักคำ 

ถ้าเราไม่รีบรับของขวัญนั้นเอาไว้ไอ้โม่งก็จะนำของขวัญผ่านเลยไปอย่างแผ่วเบา

Emerson ตั้งข้อสังเกตไว้แบบนี้






ถ้าคุณใช้ชีวิตวันหนึ่งในรูปแบบไหน ชีวิตคุณทั้งชีวิตก็จะเป็นแบบนั้น

มันเป็นการง่ายที่เราจะติดกับดักความคิดที่ว่าวันนี้ไม่สำคัญมากนักหรอก เพราะว่าเวลาในวันข้างหน้ายังมีเหลืออีกมาก


แต่อย่าลืมนะ ว่าชีวิตที่ยิ่งใหญ่ประกอบด้วยวันที่ดีๆหลายๆวันติดต่อกันเหมือนสร้อยไข่มุกที่ร้อยด้วยเม็ดไข่มุกที่สวยงามหลายๆเม็ด 


แต่ละวันต่างก็มีความหมาย และมีส่วนสนับสนุนให้เกิดผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ

อดีตผ่านไปแล้ว อนาคตยังเป็นความฝัน ดังนั้น สิ่งที่เป็นของเราจริงๆก็คือ วันนี้


เพราะฉะนั้น เราต้องลงทุนอย่างชาญฉลาด

ชีวิตมิใช่การซ้อมละครแบบครบเครื่อง โอกาสที่เสียไปแล้ว ก็ยากที่จะเรียกคืนได้ 


ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ต้องประกาศเจตนารมณ์ที่จะเพิ่มความปรารถนาในการดำรงชีวิตให้ดีขึ้น และทวีความมุ่งมั่นในการกระทำสิ่งต่างๆในวันนี้ รวมทั้งในวันที่จะตามมาอีก 


คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าต้องใช้เวลาเป็นเดือน และเป็นปีในการเปลี่ยนแปลงชีวิต แต่ด้วยความเคารพยิ่ง ผมไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ คุณสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตวิดได้ในวินาทีที่คุณตัดสินใจจากก้นบึ้งของหัวใจที่จะเป็นคนที่ดีขึ้นและเป็นคนที่ทุ่มเทมากขึ้น


สิ่งที่คุณจะใช้เวลานานเป็นเดือนหรือเป็นปีก็คือการพยายามรักษาสิ่งที่คุณตัดสินใจแล้วเอาไว้ให้ได้


และการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดีที่สุดที่คุณเคยทำก็คือ การตัดสินใจที่จะใช้เวลาทุกขณะ ทุกนาทีให้มีประโยชน์สูงที่สุด ดังที่ Ben Hogan นักกอล์ฟอาชีพระดับตำนาน กล่าวไว้ว่า

ในยามที่คุณก้าวเดินบนแฟร์เวย์ชีวิต คุณต้องรื่นรมย์กับกลิ่นหอมของกุหลาบไปด้วยเพราะว่าคุณมีสิทธิ์เล่นเกมชีวิตได้เพียงรอบเดียว


&&&&&&&&


ประสิทธิ์ คชโคตร แปล จากบทที่ 72 ของ Life Lessons From The Monk Who Sold His 

บางแค

กรุงเทพมหานคร

28 กรกฎาคม 2564







วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

เลิกตำหนิติเตียน Stop Condemning

การตำหนิติเตียน ก็ เหมือนกับนิสัยเสียอื่นๆที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ คือมันเป็นการง่ายที่เราจะคิดนิสัยชอบตำหนิผู้อื่นโดย ไม่มียกเว้นแม้แต่คนที่เรารักมากที่สุด เราจะวิจารณ์วิธีการที่คนอื่นกินอาหาร หรือวิจารณ์มรรยาทในการพูด เราเน้นถึงรายละเอียดหยุมหยิม และจับผิดในประเด็นเล็กๆน้อยๆ

แต่อย่าลืมว่าสิ่งใดที่เราสนใจมากสิ่งนั้นก็จะเติบโตมากขึ้น และถ้าเราสนใจจุดบกพร่องเล็กๆน้อยๆของผู้อื่น มันก็จะขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆอยู่ในใจเรา จนกระทั่งเรารู้สึกว่าจุดบกพร่องเล็กๆนั่นเป็นปัญหาที่ใหญ่โตของคนๆนั้น



คุณประสงค์จะอยู่ในสังคมที่ทุกคนล้วนมองสิ่งต่างๆ มีประพฤติและความคิดเห็นแบบเดียวกับเรา ถ้าเป็นเช่นนี้ โลกนี้คงน่าเบื่อสิ้นดี ถ้าเราจะอยู่อย่างมีความสุข มีความสงบเราต้องเริ่มต้นมองว่าความอุดมสมบูรณ์ของสังคมเกิดจากการมีความหลากหลาย สิ่งที่จะทำให้ความสัมพันธ์ก็ดี ชุมชนก็ดี และประเทศชาติก็ดี มีความยิ่งใหญ่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่เรามีเหมือนๆกันหมด แต่ความแตกต่างหลากหลายต่างหาก ที่ทำให้เรามีความโดดเด่นเป็นพิเศษ



แทนที่จะมองหาสิ่งที่จะวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้าง ทำไมเราจึงไม่หันมาเคารพและยอมรับความแตกต่าง?

คนเรามักจะรู้สึกถึงจุดอ่อนของตัวเองที่สำคัญที่สุดที่เราต้องการจะแก้ไขได้จากการเพ่งโทษผู้อื่น ดังนั้น ต้องเลิกกล่าวโทษและตำหนิติเตียนผู้อื่นได้แล้ว ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วตั้งปณิธานที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนที่จะพยายามเปลี่ยนแปลงผู้อื่น นี่คือมาตรการที่ใช้วัดยุคคลิกภาพของคนที่เข้มแข็ง

ดังคำกล่าวของ Erica Jong ที่กล่าวว่า 

“ดูแลชีวิตของตนเองให้ดี แล้ว จะมีอะไรจะเกิดขึ้น ? สิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด นั่นคือ ไม่มีใครที่เราจะโทษได้เลย”

&&&&&&&&

ประสิทธิ์ คชโคตร แปลและเรียบเรียง จาก Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari บทที่ 71

บางแค กรุงเทพมหานคร

26 กรกฎาคม 2564



วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

หาความสุขจากเรื่องใกล้ตัว Savor The Simple Stuff

 ไม่มีใครจะเอาสมบัติไปด้วยตอนที่เขาตาย ผมไม่เคยเห็นว่ามีรถแวนบรรทุกศพตามลงไปในหลุมฝังศพ พอสิ้นวัน สิ่งที่เราจะนำติดตัวไปได้ก็มีแต่เพียงประสบการณ์ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สร้างความหมายให้แก่ชีวิตของเรา 

ถึงกระนั้นก็ดี ผมก็ยังอยากจะใช้เวลาแต่ละวันทำกิจกรรมที่จะฝากเรื่องราวของความสุขมากกว่าการสะสมทรัพย์สมบัติ


            กุหลาบ ปลูกเองที่บ้านบางแค กรุงเทพมหานคร



ผมเองพบว่าความประทับใจที่ดีที่สุดของผมเกิดจากสิ่งที่พื้นฐานมากที่สุดในชีวิต เช่น วันที่ลูกเบียงกา ลูกสาวของผมเริ่มหัดเดิน วันที่ลูกคอลบี้ของผมร่วมเล่นคอนเสิร์ตในวันคริสต์มาสเป็นครั้งแรก ( ถึงแม้ว่าเขาจะยุ่งอยู่กับการโบกมือให้พ่อมากกว่าการร้องเพลงที่ได้รับมอบหมายก็ตาม) วันที่ครอบครัวของเราเล่นฟุตบอลท่ามกลางสายฝนและยามเย็นวันหนึ่งที่เราปิ้งย่างฮอตดอกท่ามกลางแสงจันทร์ในฤดูเก็บเกี่ยว 

Dale Carnegie เคยเขียนไว้ว่า โศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงอย่างยิ่งประการหนึ่งที่ผมรู้จักเกี่ยวกับธรรมชาติ ก็คือ การที่คนเราชอบผัดวันประกันพรุ่งการใช้ชีวิตออกไป เรามักฝันถึงสวนกุหลาบมหัศจรรย์ที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้า มากกว่าที่จะชื่นชมกุหลาบที่บานอยู่นอกหน้าต่างบ้านของเราเองในวันนี้”

โปรดใช้ภูมิปัญญาหาความสุขกับสิ่งที่หาได้ง่าย ความประทับใจอันงดงามที่ได้รับจากสิ่งเหล่านี้ จะเพิ่มพูนคุณค่าให้แก่ชีวิตเหนือกว่าทรัพย์สมบัติที่เรายอมสิ้นเปลืองพลังงานในการแสวงหา

ดังที่เอ็มม่า โกลด์แมน ( Emma Goldman )ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า

“ดิฉันอยากมีดอกกุหลาบบนโต๊ะ มากกว่าเพชรพลอยประดับที่บนคอของฉัน”



ต้องนำการ์ดเป้าหมายติดตัวไว้เสมอ Carry A Goal Card

 ผมมักจะพบเสมอว่าคนที่มีตำแหน่งหน้าที่สูง คนที่ทำงานเก่งทั้งหญิงและชายมักจะนำการ์ดเป้าหมายของตัวเองติดกระเป๋า

สตังค์ไว้เพื่อจะสามารถนำมาทบทวนได้ในเวลาที่อยู่ตามลำพัง ในการ์ดเป้าหมายนี้คนเก่งเหล่านี้จะเขียนเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของตนและกำหนดเวลาที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นเอาไว้ วิธีการติดต่อกับเป้าหมายอันดับต้นๆในชีวิตไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายด้านชีวิต การงาน หรือด้านจิตใจก็ตามดังกล่าวนี้  เป็นการกระทำที่ชาญฉลาดอย่างยิ่ง

Portrait of Michel de Montaigne (1533-1592) philosopher of the French Renaissance. Dated 16th Century 

- Image ID: G1CCRH 
Portrait of Michel de Montaigne (1533-1592) philosopher of the French Renaissance. Dated 16th Century Stock Photo


มอนเทน (Montaigne) กล่าวว่า “ผลงานชิ้นเยี่ยมและล้ำค่าของมนุษย์อย่างหนึ่ง คือการตั้งมั่นอยู่กับเป้าหมายอย่างแน่วแน่

 แต่ถึงกระนั้นก็ตาม คนเรามักทำตัวเหมือนการฝึกเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกล คือใช้เวลาแต่ละวันให้หมดไปโดยไม่บังเกิดผลดีต่อเป้าหมายรวมของชีวิต 


ดังที่ผมเขียนไว้ในหนังสือ Leadership Wisdom From The Monk Who Sold His Ferrari ว่า

 “คนที่พยายามทำทุกอย่างในที่สุดก็ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง” การนำการ์ดเป้าหมายติดตัวเสมอ แล้วทบทวนเป็นครั้งคราว วันละสามสี่ครั้ง จะทำให้เรามีสติอยู่กับสิ่งที่มีความหมายมากที่สุด การทำเช่นนี้จะส่งเสริมให้เราควบคุมตัวเองให้อยู่กับกิจกรรมที่มีผลดีต่อเป้าหมาย ทำให้เราสามารถปฏิเสธกิจกรรมอื่นๆ และผลสุดท้ายก็คือทำให้แต่ละวันมีเป้าหมายชัดเจนยิ่งขึ้น

ผมสัญญาว่าถ้าเรามุ่งเน้นในสิ่งที่มีค่าสูงสุดที่เราแสวงหา

ชีวิตเราก็จะสมบูรณ์ด้วยความเบิกบานอย่างแท้จริง

&&&&&&&&ค

ประสิทธิ์ คชโคตร แปล จาก

Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari by Robin Sharma 

Bangkok, Thailand 

July25,2021


วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ต้องคิดนอกกรอบ Be Unorthodox

 ต้องคิดนอกกรอบ Be Unorthodox 


&&&&&&&&


Rousseau เขียนไว้ว่าถ้าเลือกเดินในทางตรงกันข้ามกับความคิดจารีตประเพณี ก็มีแนวโน้มว่าคุณจะทำได้ดีแล้ว โฆษณาชิ้นที่ดีที่สุดชองแอ๊ปเปิ้ล ก็บอกเราว่าให้ คิดต่าง” และผมเองก็บอกกับผู้ฟังปาฐกถาของผมเรื่องการปราศรัยของผู้นำ ว่า ถ้าคุณเดินตามคนหมู่มากไป แน่นอนว่าจุดจบก็คือประตูทางออก







เพื่อที่จะมีชีวิตที่สมบูรณ์และได้รับสิ่งตอบแทนที่ดีขึ้น เราต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ต้องเลิกที่จะทำตามเสียงเรียกของสังคมและยอมทิ้งจุดเด่นของตนเอง ถ้าเราศึกษาชีวิตของนักคิดที่ประสบความสำเร็จระดับโลก จะพบว่าคนเหล่านี้ไม่หวั่นไหวต่อความคิดเห็นของคนอื่น แทนที่จะปล่อยให้เสียงจากสังคมมีอิทธิพลเหนือการกระทำของตน คนเหล่านี้ กลับกล้าหาญที่จะทำตามใจตน และจากการเลือกเดินบนเส้นทางที่มีคนเดินยังไม่มาก ก็จะทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้เกินกว่าที่ฝันไว้


คำกล่าวที่ผมชอบมากที่สุด เกี่ยวกับความสำคัญของการคิดนอกกรอบ เป็นของ Christopher Morley ที่กล่าวว่า “ต้องอ่านสิ่งที่คนอื่นไม่อ่านทุกๆวัน ต้องคิดในสิ่งที่คนอื่นไม่คิดทุกวัน มันจะไม่ดีต่อจิตใจถ้ายังติดอยู่กับเสียงส่วนใหญ่

และดูเหมือนว่าคำกล่าวที่ดีที่สุดน่าจะเป็นของ อีเมอร์สัน ที่กล่าวว่า


“ ในโลกนี้เป็นการง่ายที่จะตามกระแสโลก แต่ถ้าเราปลีกวิเวกเราก็จะอยู่กับตัวเอง และที่สำคัญยิ่งก็คือว่าคนที่ยิ่งใหญ่คือคนที่สามารถปลีกวิเวกเป็นอิสระได้แม้จะอยู่ท่ามกลางความอลเวง”


ในเดือนหน้าตลอดทั้งเดือนให้คิดแบบใหม่ในการทำสิ่งต่างๆ

อย่าสักแต่ว่าทำตามที่คนอื่นเขาทำ  ต้องทำสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง ต้องเป็นคนที่แตกต่างอย่างมีเหตุผล นี่เป็นวิธีการที่ฉลาดในการดำรงชีวิต ให้ลองถามที่ปรึกษาพิเศษเหล่านี้ดู เช่น Einstein, Picasso, Galileo  และ Beethoven 


&&&&&&&&


ประสิทธิ์ คชโคตร แปลและเรียบเรียง จาก Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari 


Bangkok,Thailand 

July 24, 2021




วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

จงเป็นพ่อแม่ที่ดี Be A Better Parent

 วิธีการที่คุณเลี้ยงดูลูกคือวิธีการที่คุณสร้างคนรุ่นใหม่ โดยที่ไม่มีพ่อแม่ที่เรียนจบปริญญาศิลปศาสตร์ว่าด้วยการเลี้ยงลูก เราจึงเลี้ยงลูกตามวิธีการที่พ่อแม่เลี้ยงเรามา เราไม่รู้จักวิธีการมีวิธีการเลี้ยงลูกแบบอื่นๆ

ถึง มัว่าการเป็นพ่อแม่จะให้ความสุขสนุกสนาน มันก็เป็นอภิสิทธิ์อย่างหนึ่งที่ต้องใช้ความรับผิดชอบอย่างสูงยิ่ง






ถึงแม้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อลูกทั้งสอง แต่ความตั้งใจเช่นนี้ก็ยังไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องพัฒนาทักษะของความเป็นเลิศในการเป็นพ่อแม่ของลูก เราจะคิดแต่เพียงว่าวิธีการที่เราเลี้ยงลูกอยู่จะเป็นวิธีการที่ถูกต้องแล้ว และคอยขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยบันดาลให้ลูกของเราเป็นคนที่รู้จักคิด มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และเป็นผู้ใหญ่มีความเฉลียวฉลาด

เราจะต้องเริ่มต้นพัฒนาขีดความสามารถในการเป็นบิดามารดา ด้วยการเข้าสัมมนา การอ่านหนังสือและการฟังเทปของนักคิดในด้านนี้ จากนั้นเราต้องกล้านำความคิดที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง ไปปรับปรุงยุทธวิธีการเลี้ยงลูกให้เหมาะสมกับครอบครัวของเรา


ผมรู้ว่าชีวิตของคุณนั้นวุ่นวายมาก เพราะว่ามีงานยุ่งหลาย อย่างทีต้องทำในเวลาที่จำกัด แต่เวลาในวัยเด็กของลูกสาวและลูกชายของคุณจะไม่หวนกลับมาอีก และถ้าหากคุณไม่อุทิศเวลาทำหน้าที่บิดามารดาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ วันหนึ่งคุณจะเสียใจที่พลาดโอกาสที่ดีไป ดังเช่นบิดาท่านหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการสัมมนาของผมที่โตรอนโตกล่าวว่า

“ตอนที่ลูกชายของผมกำลังเติบโต เขาจะอ่อนขอขี่หลังผมแบบ piggyback ride เป็นประจำ ถึงแม้ว่าผมจะรู้ว่าลูกชอบกิจกรรมนี้มากเป็นพิเศษ แต่ผมก็ยุ่งเกินกว่าที่จะเล่นกับเขา เพราะว่าผมมีรายงานที่ต้องทำและมีการประชุมที่ต้องเข้าร่วม ตอนนี้เขาโตขึ้นและออกจากบ้านไปอยู่ตามลำพังแล้ว ผมจึงได้รู้อะไรอย่างหนึ่ง นั่นคือ ผมจะยกเลิกงานทุกอย่างในโลกนี้ เพื่อให้เด็กน้อยคนนั้นได้ขี่หลังผมแบบ piggyback ride สักครั้งหนึ่ง!

&&&&&&&&

ประสิทธิ์ คชโคตร แปลจาก Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari 

Bangkok , Thailand 

July 23,2021




วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

เพิ่มมูลค่าของตัวเอง Increase Your Value






ในยุคเศรษฐกิจใหม่ คุณจะได้รับค่าตอบแทนมิใช่จากการทำงานหนักแค่ไหน แต่จากมูลค่าเพิ่มที่คุณมอบให้แก่สังคม

ลองคิดดูให้ดี ถ้าวันนี้คุณได้รับค่าจ้าง 20 ดอลลาร์ยูเอสต่อชั่วโมง เงิน20 ดอลลาร์ที่จ่ายให้คุณมิใช่เพราะว่าคุณมานั่งที่โต๊ะทำงานเป็นเวลา 60 นาที แต่เป็นเพราะว่าคุณได้สร้างมูลค่าคิดเป็นเงิน 20 ดอลลาร์ในเวลา 60 นาทีนั้นต่างหาก

เพราะฉะนั้น รางวัลที่จ่ายเป็นเงินนี้ไม่ใช่กำหนดจากจำนวนเวลาที่ใช้ในการทำงาน แต่กำหนดจากมูลค่าที่คุณเพิ่มให้แก่สังคม

มูลค่าเพิ่มจึงเป็นตัวกำหนดว่า ทำไมศัลยแพทย์สมองจึงได้รับค่าจ้างมากกว่าพนักงานในร้าน McDonald หลายเท่า

ศัลยแพทย์สมองเป็นคนดีกว่าพนักงานร้านแมคโดนัลใช่ไหม?

ไม่แน่หรอก  ศัลยแพทย์สมองทำงานหนักกว่าใช่ไหม? ก็ไม่แน่อีกเช่นกัน แพทย์ผ่าตัดสมองฉลาดกว่าไหม?

ใครจะไปรู้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน สิ่งนั้นคือ แพทย์ผ่าตัดสมองมีการสะสมความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญพิเศษมากกว่าพนักงานร้านแมคโดนัลอย่างแน่นอน

มีคนส่วนน้อยที่มีความรู้ในสิ่งที่ศัลยแพทย์สมองรู้ เพราะเหตุนี้ ในวงการตลาดจึงยอมรับว่าหมอผ่าตัดสมองมีมูลค่าสูงมาก

มูลค่าในทางการตลาดนี้จึงทำให้แพทย์ผ่าตัดสมองได้รับค่าจ้างสูงเป็นสิบๆเท่าของพนักงานทำเบอร์เกอร์ ดังนั้น เงินจึงเป็นสัญญลักษณ์ตัวชี้วัดว่าแต่ละคนสามารถเพิ่มมูลค่าให้สังคมมากน้อยเพียงใด

เพราฉะนั้น จงเป็นคนที่จะได้รับค่าจ้างจากการทำงานให้มากที่สุด โดยคุณจะต้องเพิ่มมูลค่า ต้องทำประโยชน์ให้แก่สังคมให้มากขึ้น

วิธีการที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สังคม ก็คือ  ต้องเริ่มต้นเป็นคนที่มีมูลค่ามากขึ้น แสวงหาทักษะที่คนอื่นยังไม่มี อ่านหนังสือที่คนอื่นยังไม่อ่าน คิดในเรื่องที่คนอื่นยังไม่คิด 

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ คุณจะยังไม่ได้รับทุกสิ่งทุกอย่างทีคุณปรารถนา ตราบใดที่คุณยังเป็นคนแบบเดิมๆ 

เพื่อที่จะได้รับสิ่งดีๆจากชีวิต คุณจะต้องเป็นสิ่งทั้งปวงในชีวิตให้มากขึ้น

&&&&&&&&

ประสิทธิ์ คชโคตร แปลจาก Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari 

Bangkhae 

Bangkok Thailand 

July 23,2021


วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

เลิกบ่นแล้วหันมาเริ่มต้นทำงานดีกว่า Stop Condemning and Start Living

 





ต้องเลิกบ่นว่าไม่มีเวลาเป็นของตนเอง แล้วตื่นนอนเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกหนึ่งชั่วโมง

คุณมีทางเลือกแล้ว แต่ทำไมจึงไม่เลือก เลิกบ่นว่าไม่มีเวลาออกกำลังกายทั้งๆที่ทุกอย่างมีพร้อมอยู่แล้ว ถ้าคุณนอนคืนละ 7 ชั่วโมง และทำงานวันละ 8 ชั่วโมง คุณจะมีเวลาว่างกว่า 63 ชั่วโมง ทุกสัปดาห์ สำหรับทำสิ่งต่างๆที่ต้องการที่จะทำ




เดือนหนึ่งก็จะมีเวลาถึง 252 เพียงชั่วโมง ปีเดียวก็จะมีเวลาถึง 3,024 ชั่วโมง สำหรับทำในสิ่งที่มีประโยชน์ในชีวิต

ไม่เคยมีเวลาไหนที่จะมีความตื่นเต้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์คุณจำเป็นต้องเลือกโอกาสที่ดีอย่างไม่มีข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

ถ้าคุณยังไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่มีความสุข ไม่เจริญรุ่งเรื่อง หรือยังไม่สงบระงับ เท่าที่ควรจะเป็นเลิกโทษบิดามารดา เลิกโทษเศรษฐกิจตกต่ำ เลิกโทษเจ้านาย แล้วหันมารับผิดชอบสถานการณ์ของคุณอย่างเต็มที่

นี่จะเป็นก้าวแรกและก้าวใหม่สุดๆในการมองชีวิตและเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้น



ดังที่George Bernard Shaw กล่าวไว้ว่า  

“ คนที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ในโลกนี้ เป็นคนที่ตื่นขึ้นและแสวงหาสถานการณ์ที่ประสงค์ ถ้าแสวงหาไม่พบ เขาก็จะสร้างสถานการณ์นั้นขึ้น”

ตัดสินใจให้ฉลาดในเรื่องที่จะคิด เช่นเดียวกันต้องเลือกว่าจะมีทัศนคติแบบไหนในแต่ละวัน รวมทั้งต้องตัดสินใจว่าจะใช้เวลาอย่างไร ต้องเลิกบ่นแล้วหันมาใช้ชีวิตให้คุ้มค่า 




ดังที่ กวีเอก Rudyard Kipling กล่าวไว้ว่า

“ถ้าคุณสามารถชดเชยเวลา 1 นาที ที่ไม่สามารถให้อภัยได้ด้วยระยะทางการวิ่ง 60 วินาที สิ่งทั้งปวงในโลกก็จะเป็นของคุณ”

&&&&&&&&

ประสิทธิ์ คชโคตร แปลและเรียบเรียงจาก บทที่ 64 ของ

Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari 

By  Robin Sharma

Bangkok

Thailand 

22 July 2021