การตื่นแต่เช้าเป็นของขวัญที่เรามอบให้แก่ตัวเอง กล่าวกันว่าการมีวินัยเรื่องอื่นๆไม่มีพลังในการเปลี่ยนแปลงชีวิตมากเท่ากับการตื่นเช้าเป็นประจำ
ช่วงเวลาสองสามชั่วโมงในตอนเช้ามีมนต์ขลังอย่างบอกไม่ถูก เวลาในช่วงนี้ดูเหมือนจะเดินช้าลงกว่าปกติ และบรรยากาศก็ดูสงบนิ่งกว่าเวลาอื่นๆ
ถ้าคุณมีโอกาสเป็นสมาชิกชมรม Five O’clock Club หรือ ชมรมตื่นตีห้า คุณจะควบคุมการใช้เวลาของตนได้ดีขึ้น แทนที่จะปล่อยให้เวลาควบคุมคุณ การชนะใจตัวเองได้ตั้งแต่เช้าตรู่และการปลุกสติให้รู้สึกตัวจนตื่นแต่เช้าได้ จะทำให้เรามีเวลาที่สงบเงียบอย่างน้อย 1 ชั่วโมงในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของแต่ละวัน ซึ่งหมายถึงตอนเริ่มต้นของวันใหม่
ถ้าคุณเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างฉลาด เวลาที่เหลือก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แสนวิเศษ
ในหนังสือ “หลวงพี่ที่ขายรถยนต์สปอร์ตเฟอร์รารี” ผมได้ท้าทายผู้อ่านให้ตื่นพร้อมกันกับดวงอาทิตย์ และ แนะนำ ให้ต้องตื่นแต่เช้าเสมอ
Get Up Early หลายประการเพื่อช่วยให้ท่านเหล่านั้นสามารถปลูกฝังระเบียบวินัยชีวิตดังกล่าวได้
จากจดหมาย อีเมล์และแฟกซ์ ของผู้อ่านที่พัฒนาคุณภาพชีวิตตัวเองด้วยการตื่นตีห้าเป็นประจำ ที่ผมได้รับเข้ามา ผมสามารถกล่าวได้ว่า การตื่นเช้าเป็นหลักการแห่งความสำเร็จที่คุ้มค่าจริงๆที่สมควรทำให้เป็นวิถีชีวิตของเรา การตื่นเช้าจะทำให้เราเข้าไปเป็นสมาชิกวงการของผู้มีอิทธิพลสูงที่สุดในยุคของเรา
คนที่ตื่นแต่เช้าที่เราจะเข้าไปร่วมกิจกรรมเหล่านี้ ได้แก่ มหาตมะ คานธี โธมัส เอดิสัน เนลสัน แมนเดลา เทต เทิร์นเนอร์ และ แมรี่ เค แอช เป็นต้น
ผู้ที่อ่านหนังสือ The Monk ท่านหนึ่งเป็นผู้บริหารด้านการตลาด เขียนจดหมายมาถึงผม เธอบอกว่า ระดับความเครียดของเธอลดลงอย่างมากหลังจากที่เธอเริ่มต้นตื่นแต่เช้า การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ทีมงานของเธอทำพิธีมอบป้ายตำแหน่งพิเศษให้เธอโดยเขียนข้อความว่า
“แด่ MIP หรือ Most Improved Player ของเรา ไม่ว่าจะกำลังทำอะไรอยู่ ต้องทำต่อไปอีกนะ คุณคือแรงบันดาลใจของพวกเรา”
ในฐานะนักตื่นสายตัวยง เธอประกาศความตั้งใจที่จะเลิกนอนยาว หรือ นอนกินบ้านกินเมือง แล้วเริ่มต้น ชดเชยเวลาที่เคยสูญเสียไปจากการนอนทอดหุ่ยอยู่ใต้ผ้าห่มมานานแสนนาน
ดังนั้น ในขณะที่คนในครอบครัวของเธอ และโลกทั้งใบกำลังหลับไหล นักบริหารท่านนี้ เริ่มตื่นนอนเวลา 6 นาฬิกา ต่อมาก็ตื่นตอน 5.30 นาฬิกา และในที่สุดก็ตื่นนอนตอนตีห้า
ในระหว่างเวลาว่างที่เกิดจากการตื่นแต่เช้านี้ เธอจะทำกิจกรรมต่างๆที่เธอต้องการทำแต่ยังไม่สามารถหาเวลาได้
เช่น เธอจะฟังเพลงคลาสสิกบ้าง เขียนจดหมายบ้าง อ่านหนังสือคลาสสิคบ้าง เดินออกกำลังกายบ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนของกิจกรรมที่ช่วยหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณและฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสิ่งที่เคยหลงลืมไป
จากการตื่นนอนแต่เช้านี้ เธอเริ่มหันมาสนใจตัวเองมากขึ้น การทำเช่นนี้ทำให้เธอเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นแม่ เป็นภริยา และเป็นผู้บริหารที่ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างผิดสังเกต
เพื่อที่จะปลูกฝังนิสัยการตื่นแต่เช้า สิ่งแรกที่เราต้องไม่ลืม คือ คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ การนอนหลับอย่างสนิทจริงๆเพียงหกชั่วโมง ดีกว่าการนอนถึงสิบชั่วโมงแต่ไม่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำสี่ประการ ที่จะช่วยให้คุณหลับได้สนิทมากขึ้น
1.อย่าย้อนคิดทบทวนหรือซ้อมการแสดงกิจกรรมที่ผ่านมาตลอดทั้งวันในใจเพื่อพยายามหลับให้ลง
2.อย่ากินอาหารหลังสองทุ่ม ถ้าคุณหิวจัดให้ทานพวกซุบต่างๆแทน
3.อย่าดูข่าวทีวีก่อนเข้านอน
4.อย่าอ่านหนังสือบนที่นอน
ต้องให้เวลาตัวเองสักสองสามสัปดาห์ก่อนที่ความประพฤตินี้จะติดเป็นนิสัย
การพูดว่าคุณจะพยายามตื่นแต่เช้าแต่หลังจากนั้นเพียง 7 วันก็ล้มเลิกความตั้งใจโดยอ้างว่าเพราะมันเป็นสิ่งที่ ทำได้ยาก ก็เหมือนกับการกล่าวว่าคุณพยายามเรียนภาษาฝรั่งเศสแค่หนึ่งสัปดาห์ก็เลิก เพราะเรียนภาษามาตั้งหนึ่งสัปดาห์แล้วคุณยังพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้เลย
การเปลี่ยนแปลงชีวิตนั้น เราต้องใช้ทั้งเวลา ความพยายามและความอดทน แต่ผลลัพธ์ที่จะได้ในตอนสุดท้ายก็จะทำให้เราเห็นว่าความกดดันในตอนเริ่มต้นที่เราได้เรียนรู้นั้น มีค่าเหมาะสมแล้ว
&&&&&&&&
ประสิทธิ์ คชโคตร แปล จาก The Monk Who Sold His Ferrari
18 พฤษภาคม 2564
ลุมพินีปาร์ค
บางพลัด
กรุงเทพมหานคร




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น