เมื่อประมาณสองสามเดือนที่ผ่านมา ผมไปรับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนคนหนึ่งที่ในวงการนักพูดอาชีพ ในระหว่างที่สนทนากันเกี่ยวกับวิธีการทำให้เรามีสมาธิสมาธิให้ได้มากที่สุดท่ามกลางวาระงานที่ยุ่งเหยิงของเรา
เพื่อนท่านนี้แสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจมาก ว่า
“โรบินครับ ... คนอื่นๆ เขาไปวัด ไปโบสถ์กันเป็นประจำ เพื่อว่าจะทำให้ชีวิตมีสิ่งยึดเหนี่ยวและมีเป้าหมาย ส่วนผมเองจะแปลกไปนิดหน่อย คือผมจะไปโรงยิม โรงยิมเป็นเหมือนวัดของผม”
เขาเล่าต่อว่า ไม่ว่างานจะยุ่งมากแค่ไหน พอถึง ห้าโมงครึ่ง เขาก็จะปิดประตูออฟฟิศ แล้วออกธุดงค์ไปโรงยิมเพื่อออกวิ่งบนสายพาน ไม่มีอะไรที่จะมาหยุดเขาไว้ไม่ให้ใช้เวลาทำกิจกรรมเพื่อประกันสุขภาพและประกันความสุข
การตั้งข้อสังเกตของเพื่อนท่านนี้ทำให้ผมคิดถึงคำกล่าวของชาวโรมันในสมัยโบราณที่ผมเคยอ้างไว้ในหนังสือเล่มแรกของผมที่ชื่อ Mega Living ว่า “ Mens Sana incorporé sano” แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘ In a sound body rests a sound mind.’ ในภาคภาษาไทย คือ “จิตที่แจ่มใส อยู่ในร่างกายที่แข็งแรง”
คำกล่าวนี้ทำให้ผมคิดได้ว่า ร่างกายของเราก็ต้องการให้เราดูแลเอาใจใส่และนับถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์เหมือนกับศาสนสถาน ถ้าเราประสงค์จะดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ความสมบูรณ์
การออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ใช่แค่ส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังช่วยให้การคิดของเราแจ่มใส ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และสามารถจัดการความเครียดที่มีมากตลอดทั้งวัน
การวิจัยรายการหนึ่ง พบว่าการออกกำลังกายสามารถยืดอายุให้ยืนยาวได้ เพิ่มอายุได้มากขึ้น การศึกษาชีวิตของศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย Harvard 18,000 คน พบว่า ทุกๆชั่วโมงที่ออกกำลังกายสามารถเพิ่มอายุของกลุ่มตัวอย่างได้อีกสามชั่วโมง
ไม่มีการลงทุนอื่นที่สามารถให้ผลตอบแทนได้มากเท่ากับการออกกำลังกาย
และต้องไม่ลืมว่า ผู้ที่ไม่หาเวลาเพื่อการออกกำลังกาย แน่นอนว่าเขาจะต้องหาเวลาเพื่อการเจ็บป่วย
สำหรับตัวผมเอง ผมกำหนดข้อปฏิบัติไว้ว่าจะต้องว่ายน้ำสัปดาห์ละห้าครั้ง
มันมีอะไรบางอย่างที่วิเศษอย่างยิ่งเกี่ยวกับการฟื้นฟูสุขภาพพลานามัยที่ได้รับจากการว่ายน้ำที่ผมเองก็บอกไม่ถูก
ผมอยากบอกว่าผมหวังที่จะบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้นี้ทุกๆสัปดาห์ แต่ผมก็ยังทำไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ดี การมีเป้าหมายที่สูงเด่นมากเช่นนี้ทำให้ผมหันมาให้ความสำคัญต่อการมีความเป็นอยู่ที่ดี การมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง โดยเชื่อมั่นว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
จากการปฏิบัติตามแผนที่กำหนดไว้อย่างมีวินัย ไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้ ทุกๆครั้งที่ออกกำลังกายในสระว่ายน้ำ บังเกิดผลลัพธ์แบบเดียวกันตลอดมา คือ ผมรู้สึกมีพลังมากขึ้นกระชุ่มกระชวยมากขึ้น มีความสมดุลย์ และมีความสุขมากขึ้น
และในแต่ละชั่วโมงของการออกกำลังกาย ทำให้รู้สึกเกิดมุมมองที่มีค่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
หลังจากว่ายน้ำไป 40 นาทีแล้ว ปัญหาหลายอย่างที่เผชิญหน้าอยู่ตลอดทั้งวันกลับกลายเป็นปัญหาที่เล็กน้อยลง ความกังวลใจที่เคยมีก็เบาบางลง และผมก็กลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะได้อย่างสบายใจ
การลงมือเอาใจใส่ร่างกายของเรา “การดูแลวัดของเรา” เตือนให้ผมรู้ว่า ความสุขสูงสุดในชีวิตมักจะเป็นความสุขจากสิ่งที่ธรรมดาสามัญที่สุด
&&&&&&&&
ประสิทธิ์ คชโคตร แปลจาก Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari By Robin Sharma
บางแค
กทม
15 พฤษภาคม 2564




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น