ปกติผู้สูงวัย เมื่อเดินเร็วแล้วเกิดสะดุดสิ่งของบนพื้นจนหัวคะมำแล้วมักจะล้มคว่ำเค้เก้ หน้าทิ่มอย่างไม่เป็นท่า
แต่วันนี้มีข่าวว่าลุงตู่ ประคองตัวอยู่รอดได้
ต้องบอกว่า ผมเองขนาดเป็นนักกีฬากอล์ฟที่เดินมามากจนเชื่อว่าเอาตัวรอดได้ ยังเคยพลาดพลั้งอย่างไม่เป็นท่ามาแล้ว
โดยเมื่อต้นปี 2564 นี้เอง ผมเดินสะดุดบันไดไม้ขั้นสุดท้ายแล้วล้มคว่ำหน้าคะมำไปบนพื้นลานหินอ่อนของห้องรับรองของรีสอร์ตที่เชาใหญ่ ทุ่มลงกับพื้นในท่าตะครุบกบเลยครับ ร่างกายไหลถลาลื่นไปบนพื้นเป็นระยะเล็กน้อย ดีว่าเป็นพื้นหินอ่อนผิวเรียบ ผมจึงไม่มีรอขูดขีดหรือมีบาดแผลแต่อย่างใด และที่สำคัญไม่มีคนเห็นความพลาดพลั้งของผม มีเพียงแม่บ้านของรีสอร์ต วิ่งเข้ามาทำท่าจะช่วย แต่ผมก็สามารถลุกขึ้นได้เสียก่อน
ในสถานการณ์ที่กล่าวมานี้ ผมเองไม่ต้องรักษาฟอร์มอะไร มันจึงเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างจากลุงตู่อย่างไกลลิบ เหตุการณ์ของลุงนั่นอยู่ในสายตาของสื่อมวลชน ข้าราชการ และประชาชนคนอื่นๆ เต็มไปหมด ดังนั้น ขายชาติทหาร ระดับนายกรัฐมนตรีของประเทศ มีหรือจะปล่อยให้ตัวเองเสียฟอร์ม ท่านก็ต้องทุ่มสุดตัวรักษา” ฟอร์ม” เอาไว้ให้ได้อยู่แล้ว
ไม่มีทางที่จะออกปากยอมรับว่ามีการประมาทเลินเล่อ ขาดสติ ทำให้เดินสะดุดหรือออกปากยอมรับว่าร่างการอ่อนแอ
เห็นกันไหมล่ะว่า”ลุงตู่” ยังออกมาพูดเชิงสำทับสื่อมวลชนอีกเสียด้วยว่า ถ้าใครเอาเรื่องที่สะดุดพื้นนี้ไปลงข่าวละน่าดู!!!
เท่านั้นไม่พอ “ลุงตู่”ยังชี้นำบรรดาสื่ออีกต่างหากว่าให้สนใจเรื่องที่มีสาระ !
จะอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงพุทธธรรม ตอนก่อนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน หรือ ปัจฉิมโอวาท ที่ว่า ร่างกายนั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ดังนั้น คนเราไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาท
สวัสดีครับ
31 ตุลาคม 2564
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น