ต้องเลียนแบบการกระทำของเด็ก
บทที่ 13 จากหนังสือ บทเรียนชีวิตจากหลวงพี่ที่ขายรถสปอร์ตเฟอร์รารี
Model A Child
เมื่อไม่นานมานี้ ผมพา Colby ลูกชายของผมไปทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารอิตาเลี่ยนแห่งหนึ่ง
วันนั้นเป็นวันที่อากาศดีมากในฤดูใบไม้ร่วง และลูกชายของผมก็กระปรี้กระเปร่าและอารมณ์ดีเป็นพิเศษเช่นเคย
เราต่างก็สั่งพาสตาร์เป็นเมนคอร์ส แล้วก็เริ่มรับประทานขนมปังอบใหม่ๆที่พนักงานนำมาเสิร์ฟ ผมเองไม่รู้หรอกครับว่า Colby กำลังจะให้บทเรียนแก่พ่อของเขาเกี่ยวกับศิลปะในการดำเนินชีวิต
แทนที่จะรับประทานขนมปังทั้งก้อนแบบที่ผู้ใหญ่รับประทานกัน Colby มีวิธีการที่สร้างสรรค์กว่า เขาควักเอาเนื้อที่ยังอุ่นและนุ่มจากด้านในแล้วทิ้งเปลือกนอกเอาไว้ กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือเขามีภูมิปัญญาที่จะเน้นที่จุดที่อร่อยที่สุดของขนมปัง ส่วนอื่นก็เอาทิ้งไป
ครั้งหนึ่งเคยมีคนพูดกับผมในวงสัมมาว่า
“ เด็กๆมาพบกับพวกเราอย่างมีวิวัฒนาการมากกว่าพวกผู้ใหญ่ พวกเขามาเพื่อที่จะให้บทเรียนที่เหมาะสมกับพวกเรา
และในวันที่ดีๆวันนั้นลูกน้อยของผมก็ให้บทเรียนว่าในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ พวกเรามัวสนใจ
”เปลือก หรือ กระพี้” ของชีวิตมากเกินไป แทนที่จะสนใจสิ่งดีๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตในแต่ละวัน เรากลับสนใจที่ปัญหาเรื่องงาน สนใจบิลเรียกเก็บเงินที่ต้องจ่าย และปัญหาการไม่มีเวลาในการทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำ
ความคิดเหล่านี้สร้างสิ่งแวดล้อมของเราขึ้น และสิ่งที่เราคิดถึงและกังวลใจบ่อยๆก็เกิดขึ้นในชีวิตของเราจริงๆ
สิ่งแย่ๆที่เราหมกมุ่นก็จะมีอิทธิพลเหนือชะตาชีวิตของเรา ดังนั้น เราต้องหันกลับมาสนใจแต่สิ่งที่ดีๆ
โดยในสัปดาห์หน้า เราต้องจัดเวลาหาทางเชื่อมโยงกับด้านที่ ”ขี้เล่นมากขึ้น” ของตัวเอง คือ เชื่อมโยงกับนิสัยเด็กๆของเรา โดยต้องหาเวลาศึกษาลักษณะที่สร้างสรรค์ของเด็กๆให้มากขึ้น เสร็จแล้วเลียนแบบการมีพลังในการเคลื่อนไหว การจินตนาการ และการดื่มด่ำกับอารมณ์ปัจจุบันโดยไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นรอบข้าง
และในเวลาที่คุณเชื่อมต่อกับความเป็นเด็กนี้ ต้องไม่ลืมคำกล่าวของ Leo Rosten ที่ตั้งข้อสังเกตว่า
คุณจะเข้าใจคนอื่นและเห็นใจคนอื่นมากขึ้นหากคุณมองเขาในฐานะที่เขาเป็นเด็ก โดยไม่เกี่ยงว่าความเป็นเด็กๆของพวกเขาจะสร้างรอยประทับใจให้คุณอย่างลึกซึ้งมากสุดๆแค่ไหนก็ตาม
ทั้งนี้เพราะว่า เราทุกคนต่างก็ไม่ได้เติบโต หรือมีวุฒิภาวะมากนัก เราก็แค่มีความสูงเพิ่มขึ้น
โอ ... ขอให้เชื่อเถอะ ว่าพวกเราหัวเราะน้อยไป เราเล่นน้อยไป และเราใส่หน้ากากเข้าหากันแบบผู้ใหญ่ แต่ภายใต้อาภรณ์ภัณฑ์ พวกเรายังเป็นเด็กๆเหมือนเดิม
เป็นเด็กๆที่มีความต้องการแบบธรรมดา คือ ชีวิตประจำวันยังอธิบายได้ผ่านเทพนิยายแฟรีเทล!
แปลโดย ประสิทธิ์ คชโคตร


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น