ต้องกำหนดเวลาพักเบรคเพื่อแสดงความกังวลใจ
บทที่ 12
จากหนังสือ Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari
หลังจากที่ผมเขียนหนังสือ The Monk Who Sold His Ferrari ก็มีจดหมายจากผู้อ่านส่งเข้ามาที่ผมเป็นจำนวนมาก คนเหล่านี้บอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างเกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขาหลังจากได้รับบทเรียนของหลวงพี่
พวกเขาบอกว่ามีความสุขมากขึ้น ชีวิตสมบูรณ์แบบขึ้น มีความสงบใจในยุคที่คนเรากำลังเครียดอย่างสุดๆ
จดหมายหลายฉบับมาจากแฟนคลับที่กำลังมีงานยุ่งมากจนไม่สามารถปล่อยวางไว้ที่ออฟฟิศได้ แม้ตอนที่กลับมาถึงบ้านแล้วยังต้องเอาเวลาที่ควรจะเป็นเวลาว่างมากังวลใจกับมันอยู่อีก คนเหล่านี้หัวเราะไม่ออก ร่วมแชร์ความรักความสนุกสนานกับครอบครัวก็ไม่ได้ เพราะว่าปัญหาจากที่ทำงานยังตามมารังควานถึงที่บ้าน
คนส่วนใหญ่ยังใช้เวลาของช่วงปีที่ดีๆในชีวิตมาจมอยู่ในความกังวลใจไม่สิ้นสุด กังวลใจกับงาน ค่าใช้จ่าย สิ่งแวดล้อมและเรื่องของลูกๆ
และที่สำคัญ เราต่างก็รู้ว่าปัญหาที่เรากังวลใจเหล่านี้มันไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ มันเหมือนที่ Mark Twain นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่เคยกล่าวว่า
“ผมเคยมีปัญหาหลายอย่างในชีวิต ซึ่งบางปัญหาก็เกิดขึ้นจริงๆ”
บิดาของผมซึ่งเป็นคนที่ฉลาดและมีอิทธิพลเหนือชีวิตของผมมาก เคยกล่าวกับผมว่า คำสันสกฤตที่แปลว่าเชิงตะกอน สะกดคล้ายกันกับคำว่า กังวลใจ ผมบอกพ่อว่าผมแปลกใจ สงสัยว่าทำไม
พ่อบอกผมว่าไม่ต้องสงสัยหรอก เพราะว่า อย่างแรกมันเผาคนตาย แต่อย่างหลังมันเผาคนเป็น!
ผมเรียนรู้ว่า ความกังวลใจสามารถลดประสิทธิภาพของคนเราได้มาก จากประสบการณ์ของตัวผมเอง
ตอนอายุ 20 กว่าๆ ผมอยู่ในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จแบบฟาสแทรก ผมสำเร็จปริญญาทางกฎหมายถึงสองใบ จากคณะนิติศาสตร์
ของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของประธานศาลยุติธรรมของประเทศ และรับผิดชอบการพิจารณาพิพากษาคดีที่มีความซับซ้อนสูงยิ่ง
แต่ว่าผมเองเป็นคนที่ทำงานหนักมากและก็ขี้กังวลใจมากเกินไป
ผมตื่นเช้าวันจันทร์ด้วยอาการปั่นป่วนหนักหน่วงที่ท้อง และรู้สึกลึกๆอยู่ตลอดเวลาว่างานนี้ไม่เหมาะกับตัวเอง
ดังนั้น ผมจึงเริ่มสำรวจหาทางปรับปรุงชีวิตของตนเอง เริ่มแรกก็หาอ่านหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองและลักษณะของผู้นำ ตรงนี้ทำให้ผมได้พบกับบทเรียนจำนวนมากสำหรับการดำเนินชีวิตที่สงบสุขและมีความหมายมากยิ่งขึ้น
ยุทธวิธีง่ายๆอย่างหนึ่งที่ผมใช้
ในการควบคุมนิสัยขี้กังวลใจก็คือ ต้องกำหนดเวลาเอาไว้เพื่อแสดงความกังวลใจ คือ ต้องมีเวลาเฉพาะกิจเอาไว้สำหรับทำกิจกรรมกังวลใจจริงๆ เหมือนกับที่วงการธุรกิจเรามีเวลาคอฟฟี่เบรคในที่ทำงาน นั่นเอง
ถ้าเราเกิดปัญหาความยุ่งยากขึ้นมาทีไร เรามักเสียเวลาที่เราทำงานจริงๆไป เพราะเรามัวไปกังวลใจกับปัญหายุ่งยากนี้ตลอดทั้งวัน
แทนที่เราจะทำแบบนี้ ผมแนะนำว่า ให้กำหนดเวลาเฉพาะกิจเอาไว้เพื่อแสดงความกังวลใจเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น ช่วงสามสิบนาทีในตอนค่ำๆ
ในระหว่างเซสชันพิเศษนี้ คุณอาจจะงมงายพิรี้พิไร จมอยู่กับปัญหา หรืออาจจะคิดหมกมุ่นอยู่กับความยุ่งยากใจนั้น
แต่เมื่อพีเรียดนี้จบลง คุณจะต้องฝึกตัวเองให้ละทิ้ง สลัดทิ้งปัญหา แล้วหันมาลงมือทำสิ่งที่เกิดผลงาน มีผลลัพธ์ เช่นการออกไปเดินในสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ หรืออ่านหนังสือสร้างกำลังใจ หรือสนทนากับญาติพี่น้องที่คุณรักแบบลึกซึ้งมากขึ้น เป็นต้น
ในเวลาอื่นๆนอกจากนี้ ถ้าคุณรู้สึกต้องการที่จะกังวลใจ ก็ให้จดบันทึกหัวข้อเรื่องนั้นเอาไว้ แล้วนำไปแสดงความกังวลใจในช่วงเบรคพิเศษนี้ในครั้งต่อไป
เทคนิคที่ง่ายๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งนี้ จะช่วยลดเวลาที่เราสูญเสียไปกับการกังวลใจ และสุดท้ายก็สามารถกำจัดจุดอ่อนนี้ออกไปได้
&&&&&&&&
ประสิทธิ์ คชโคตร อดีตปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ แปล
15.56 น.
10 พฤษภาคม 2564
บางแค กทม.



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น