ถ้าถามว่าเพราะอะไรกลุ่มแนวร่วม19-20 กันยายน 2563 กำหนดปราศรัย ต่างจังหวัดนอก กทม.ครั้งแรกที่จังหวัดมหาสารคาม?
คงจำกันได้ว่าในการประกาศยุติการเดินขบวนเมื่อตอนเช้าวันที่ 20 กันยายน 2563 แกนนำของกลุ่มนี้ประกาศจะติดตามการประชุมพิจารณาญัตติร่างกฏหมายรัฐธรรมนูญที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 24 กันยายน และ พวกเขาประกาศกำหนดการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในต่างจังหวัด ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ที่จังหวัดมหาสารคาม!
ภาคปฎิบัติต่อมา เราพบว่าในระหว่างการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ บทบาทของกลุ่มเรียกร้องผลประโยชน์ในการติดตามกดดันการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 กันยายน กลุ่มกดดันนี้สามารถกดดันรัฐสภาตามที่ประกาศเอาไว้อย่างเข้มข้น พวกเขาสามารถสร้างความกังวลใจให้ฝ่ายรัฐสภาค่อนข้างหนัก กลุ่มกดดันนี้ปฏิบัติการกดดันอย่างที่เรียกว่า”กัดไม่ปล่อย” จนถึงวินาทีสุดท้ายที่รัฐสภาปิดสมัยประชุมและสมาชิกมีการแยกย้ายกลับบ้านได้อย่างทุลักทุเล!!!
ด้วยเหตุนี้ เราจึงควรตั้งคำถามข้อต่อไปว่า เพราะเหตุใดหมุดหมายการปราศรัยใหญ่ครั้งต่อไปจึงปักหมุดที่จังหวัดมหาสารคาม และ จุดเน้นของประเด็นการปราศรัยจะพุ่งเป้าไปที่เรื่องสำคัญอันใดบ้าง?
คำถามแรก ถามว่าเพราะอะไรกลุ่มกดดันนี้เลือกกำหนดจุดปราศรัยต่างจังหวัดครั้งแรกที่จังหวัดมหาสารคาม? เรา มีข้อพิจารณา 5 ด้านดังนี้
1.ในด้านภูมิรัฐศาสตร์
มหาสารคาม เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ ประกอบด้วย 13 อำเภอ มีชุมชนเมืองระดับ 18 เทศบาล มีองค์การบริหารส่วนจำนวนมากถึง 124 แห่ง และ1,944 หมู่บ้าน มีประชากร 0.9 ล้านคน พื้นที่ 5,292 ตร.กม.
ที่ตั้งของจังหวัดอยู่ตรงจุดกึ่งกลางภาคอีสานพอดิบพอดี นักวิชาการอ้างว่าที่ตั้งของ”บึงกุยสะดือแห่งภาคอีสาน” คือ ที่อำเภอโกสุมพิสัย บนเส้นทางหลวงแผ่นดินสายมหาสารคาม-ขอนแก่น การที่จังหวัดมหาสารคามมีที่ตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง (ไพวอตแอเรีย - pivot area of the region) เช่นนี้ นับว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์( Strategic Post ) ที่เหมาะแก่การแผ่อิทธิพลแบบTrickle Down Effect ออกไปยังเขตรอบนอก( Periphery) ทั้งในเชิง ขาขึ้นและขาลง ( Forward and backward effects ) ได้ทุกๆ ด้าน เช่น ไปสู่ และมาจาก ขอนแก่น สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร บุรีรัมย์ ตลอดจนกรุงเทพฯ ด้วย !
2.ด้านการเมือง
ประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของจังหวัดมหาสารคาม( Contemporary Political Affairs ) โดดเด่นระดับแนวหน้า จังหวัดนีมีนักการเมืองชื่อดังหลายท่าน เช่น นายบุญชนะ อัตถากร มีชื่อเสียงทั้งด้านการศึกษา การพัฒนา และด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นอกจากนั้น นามสกุลคนดังอื่นๆ เช่น ทองเปาด์ ดาวเรือง ศรีสารคาม ต่างก็อยู่ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ สำหรับในยุคปัจจุบัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากมหาสารคามจำนวนหลายคน ล้วนมีบทบาทสำคัญด้านการศึกษา การพาณิชย์ และการเกษตร นอกจากนี้ ในด้านพรรคการเมือง ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบันหลายคนที่ดำรงตำแหน่งผู้นำด้านต่างๆของพรรคการเมือง ทั้งพรรคการเมืองใหญ่ และพรรคการเมืองระดับพรรคเล็กพรรคน้อย เช่น ประธานผู้ประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในปัจจุบันก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจากจังหวัดมหาสารคามด้วย
3. ด้านการศึกษา
จังหวัดมหาสารคามมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับที่สูงมาก ประวัติศาสตร์การศึกษาที่สำคัญคือจังหวัดมหาสารคามเริ่มมีสถาบันการศึกษาที่สำคัญก่อนจังหวัดในภาคอีสานที่ใกล้เคียงกัน ตัวอย่างที่สำคัญของสถาบันการศึกษาที่มีประวัติอันยาวนานมาก คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม สถานศึกษาแห่งนี้เป็นแกนกลางของสามจังหวัดคือ มหาสารคาม ร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์ ในยุคการเริ่มต้นพัฒนาชนบทไทย นักเรียนบางส่วนยังมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดขอนแก่น
ในปัจจุบัน จำนวนสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในจังหวัดมหาสารคามมีถึง 5 สถาบัน
4.เศรษฐกิจ
การผลิต ในระบบการเกษตรแบบพอเพียงภายในครอบครัวโดยวิธีการทำนาและทำสวนในที่นาแบบปลูกพืชผักสวนครัว ได้มีการเปลี่ยนแปลงก้าวเข้าสู่ระบบการผลิตพืชเชิงเดี่ยวเพื่อจำหน่ายตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง และภายหลังการดึงภาคอีสานเข้าเชื่อมโยงกับโลกภายนอกมากขึ้นด้วยการสร้างถนนมิตรภาพ ประกอบกับการเริ่มต้นระบบการขนส่งแบบใหม่จากภาครัฐผ่านรัฐวิสาหกิจ ทำให้มีการดึงภาคอีสานเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่มหาสารคามเป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำชีและมูล ไม่มีภูเขาสูง มหาสารคามจึงไม่มีการสร้างเขื่อนเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี จากการอาศัยที่ราบลุ่มแม่น้ำชีทางด้านทิศเหนือและแม่น้ำมูลทางด้านทิศใต้ ทำให้มีผลผลิตทางด้านการเกษตรค่อนข้างดี คือถ้าปีใดไม่มีภาวะฝนแล้งอย่างผิดปรกติ เกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวนาในจังหวัดมหาสารคามก็สามารถทำนาได้ผลดีพอและการที่ผลผลิตข้าวดี ก็ส่งผลทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวประสบความสําเร็จในธุรกิจ ดังจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการโรงสีข้าวส่วนมากมีความร่ำรวยสามารถก้าวเข้าสู่วงการเมืองและมักประสบผลสำเร็จในระดับสูง!
ในส่วนการค้าปลีกและส่ง มหาสารคามก็จัดว่าเป็นศูนย์กระจายสินค้าและประชาชน( Distribution Center -DC) แห่งสำคัญของภาคอีสาน เพราะสถานีรถไฟบ้านไผ่เป็นชุมทางที่สำคัญในการกระจายสินค้าและผู้โดยสาร เข้าสู่ลุ่มน้ำโขงด้านนครพนม รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เองก็มองเห็นความสำคัญของโครงการสร้างทางรถไฟสายนี้ที่มีต่อเศรษฐกิจภาคอีสาน จึงได้กำหนดแนวทางการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร ธาตุพนม และ นครพนม โดยจะก่อสร้างทางรถไฟสาย บ้านไผ่- นครพนม แล้วเสร็จในปี 2567
5.ประเด็นการเมืองร้อนที่มหาสารคาม ประการแรกมีข่าวมีการเสนอชื่อ ส.ส.มหาสารคาม คนสำคัญขึ้นตำแหน่งผู้นำพรรคการเมืองใหญ่ และสองก่อนหน้านี้ ส.ส.มหาสารคาม จากทางด้านทิศใต้ ก็เคยดำรงตำแหน่งสำคัญที่โดดเด่นมากในพรรคการเมืองนี้เช่นกัน
สุดท้ายสำหรับวันนี้ ผมจึงขอฝากคำถามว่า ผู้อ่านทุกท่านจะกล่าวได้หรือไม่ว่า เรื่องการศึกษา เศรษฐกิจ และการเมือง เป็นสามแรงดึงดูดที่ประสานงานกันชักจูงให้การปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในต่างจังหวัดของกลุ่มแนวร่วม 19-20 กันยายน 2563โดย คณะผู้เรียกร้อง จึงปักหมุดหมายการปราศรัยต่างจังหวัดครั้งแรก มาที่จังหวัดมหาสารคาม???



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น