วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563

หมุดหมายการปราศรัยของแนวร่วม19-20 กันยายน 2563

 ถ้าถามว่าเพราะอะไรกลุ่มแนวร่วม19-20 กันยายน 2563 กำหนดปราศรัย ต่างจังหวัดนอก กทม.ครั้งแรกที่จังหวัดมหาสารคาม?

คงจำกันได้ว่าในการประกาศยุติการเดินขบวนเมื่อตอนเช้าวันที่ 20 กันยายน 2563 แกนนำของกลุ่มนี้ประกาศจะติดตามการประชุมพิจารณาญัตติร่างกฏหมายรัฐธรรมนูญที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 24 กันยายน และ พวกเขาประกาศกำหนดการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในต่างจังหวัด ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ที่จังหวัดมหาสารคาม!

ภาคปฎิบัติต่อมา เราพบว่าในระหว่างการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ บทบาทของกลุ่มเรียกร้องผลประโยชน์ในการติดตามกดดันการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 กันยายน กลุ่มกดดันนี้สามารถกดดันรัฐสภาตามที่ประกาศเอาไว้อย่างเข้มข้น พวกเขาสามารถสร้างความกังวลใจให้ฝ่ายรัฐสภาค่อนข้างหนัก กลุ่มกดดันนี้ปฏิบัติการกดดันอย่างที่เรียกว่า”กัดไม่ปล่อย” จนถึงวินาทีสุดท้ายที่รัฐสภาปิดสมัยประชุมและสมาชิกมีการแยกย้ายกลับบ้านได้อย่างทุลักทุเล!!!

ด้วยเหตุนี้  เราจึงควรตั้งคำถามข้อต่อไปว่า เพราะเหตุใดหมุดหมายการปราศรัยใหญ่ครั้งต่อไปจึงปักหมุดที่จังหวัดมหาสารคาม และ จุดเน้นของประเด็นการปราศรัยจะพุ่งเป้าไปที่เรื่องสำคัญอันใดบ้าง?

คำถามแรก ถามว่าเพราะอะไรกลุ่มกดดันนี้เลือกกำหนดจุดปราศรัยต่างจังหวัดครั้งแรกที่จังหวัดมหาสารคาม? เรา มีข้อพิจารณา 5 ด้านดังนี้

1.ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ 

มหาสารคาม เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ ประกอบด้วย 13 อำเภอ มีชุมชนเมืองระดับ 18 เทศบาล มีองค์การบริหารส่วนจำนวนมากถึง 124 แห่ง และ1,944 หมู่บ้าน มีประชากร 0.9 ล้านคน พื้นที่ 5,292 ตร.กม. 

ที่ตั้งของจังหวัดอยู่ตรงจุดกึ่งกลางภาคอีสานพอดิบพอดี นักวิชาการอ้างว่าที่ตั้งของ”บึงกุยสะดือแห่งภาคอีสาน” คือ ที่อำเภอโกสุมพิสัย บนเส้นทางหลวงแผ่นดินสายมหาสารคาม-ขอนแก่น การที่จังหวัดมหาสารคามมีที่ตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง (ไพวอตแอเรีย - pivot area of the region)  เช่นนี้ นับว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์( Strategic Post ) ที่เหมาะแก่การแผ่อิทธิพลแบบTrickle Down Effect ออกไปยังเขตรอบนอก( Periphery) ทั้งในเชิง ขาขึ้นและขาลง ( Forward and backward effects ) ได้ทุกๆ ด้าน เช่น ไปสู่ และมาจาก ขอนแก่น สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร บุรีรัมย์ ตลอดจนกรุงเทพฯ ด้วย !

2.ด้านการเมือง 

ประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของจังหวัดมหาสารคาม( Contemporary Political Affairs  ) โดดเด่นระดับแนวหน้า จังหวัดนีมีนักการเมืองชื่อดังหลายท่าน เช่น นายบุญชนะ อัตถากร มีชื่อเสียงทั้งด้านการศึกษา การพัฒนา และด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นอกจากนั้น นามสกุลคนดังอื่นๆ เช่น  ทองเปาด์ ดาวเรือง ศรีสารคาม ต่างก็อยู่ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ สำหรับในยุคปัจจุบัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากมหาสารคามจำนวนหลายคน ล้วนมีบทบาทสำคัญด้านการศึกษา การพาณิชย์ และการเกษตร นอกจากนี้ ในด้านพรรคการเมือง ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบันหลายคนที่ดำรงตำแหน่งผู้นำด้านต่างๆของพรรคการเมือง ทั้งพรรคการเมืองใหญ่ และพรรคการเมืองระดับพรรคเล็กพรรคน้อย เช่น ประธานผู้ประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในปัจจุบันก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจากจังหวัดมหาสารคามด้วย

3. ด้านการศึกษา 

จังหวัดมหาสารคามมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับที่สูงมาก ประวัติศาสตร์การศึกษาที่สำคัญคือจังหวัดมหาสารคามเริ่มมีสถาบันการศึกษาที่สำคัญก่อนจังหวัดในภาคอีสานที่ใกล้เคียงกัน ตัวอย่างที่สำคัญของสถาบันการศึกษาที่มีประวัติอันยาวนานมาก คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม สถานศึกษาแห่งนี้เป็นแกนกลางของสามจังหวัดคือ มหาสารคาม ร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์ ในยุคการเริ่มต้นพัฒนาชนบทไทย นักเรียนบางส่วนยังมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดขอนแก่น





ในปัจจุบัน จำนวนสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในจังหวัดมหาสารคามมีถึง 5 สถาบัน

4.เศรษฐกิจ 

การผลิต ในระบบการเกษตรแบบพอเพียงภายในครอบครัวโดยวิธีการทำนาและทำสวนในที่นาแบบปลูกพืชผักสวนครัว ได้มีการเปลี่ยนแปลงก้าวเข้าสู่ระบบการผลิตพืชเชิงเดี่ยวเพื่อจำหน่ายตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง และภายหลังการดึงภาคอีสานเข้าเชื่อมโยงกับโลกภายนอกมากขึ้นด้วยการสร้างถนนมิตรภาพ ประกอบกับการเริ่มต้นระบบการขนส่งแบบใหม่จากภาครัฐผ่านรัฐวิสาหกิจ ทำให้มีการดึงภาคอีสานเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่มหาสารคามเป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำชีและมูล ไม่มีภูเขาสูง มหาสารคามจึงไม่มีการสร้างเขื่อนเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี จากการอาศัยที่ราบลุ่มแม่น้ำชีทางด้านทิศเหนือและแม่น้ำมูลทางด้านทิศใต้ ทำให้มีผลผลิตทางด้านการเกษตรค่อนข้างดี คือถ้าปีใดไม่มีภาวะฝนแล้งอย่างผิดปรกติ เกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวนาในจังหวัดมหาสารคามก็สามารถทำนาได้ผลดีพอและการที่ผลผลิตข้าวดี ก็ส่งผลทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวประสบความสําเร็จในธุรกิจ ดังจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการโรงสีข้าวส่วนมากมีความร่ำรวยสามารถก้าวเข้าสู่วงการเมืองและมักประสบผลสำเร็จในระดับสูง!

ในส่วนการค้าปลีกและส่ง มหาสารคามก็จัดว่าเป็นศูนย์กระจายสินค้าและประชาชน( Distribution Center -DC)  แห่งสำคัญของภาคอีสาน เพราะสถานีรถไฟบ้านไผ่เป็นชุมทางที่สำคัญในการกระจายสินค้าและผู้โดยสาร เข้าสู่ลุ่มน้ำโขงด้านนครพนม รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เองก็มองเห็นความสำคัญของโครงการสร้างทางรถไฟสายนี้ที่มีต่อเศรษฐกิจภาคอีสาน จึงได้กำหนดแนวทางการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร ธาตุพนม และ นครพนม โดยจะก่อสร้างทางรถไฟสาย บ้านไผ่- นครพนม แล้วเสร็จในปี 2567 

https://youtu.be/8fjppnHKtUs

5.ประเด็นการเมืองร้อนที่มหาสารคาม  ประการแรกมีข่าวมีการเสนอชื่อ ส.ส.มหาสารคาม คนสำคัญขึ้นตำแหน่งผู้นำพรรคการเมืองใหญ่ และสองก่อนหน้านี้ ส.ส.มหาสารคาม จากทางด้านทิศใต้ ก็เคยดำรงตำแหน่งสำคัญที่โดดเด่นมากในพรรคการเมืองนี้เช่นกัน 

สุดท้ายสำหรับวันนี้ ผมจึงขอฝากคำถามว่า ผู้อ่านทุกท่านจะกล่าวได้หรือไม่ว่า เรื่องการศึกษา เศรษฐกิจ และการเมือง เป็นสามแรงดึงดูดที่ประสานงานกันชักจูงให้การปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในต่างจังหวัดของกลุ่มแนวร่วม 19-20 กันยายน 2563โดย คณะผู้เรียกร้อง จึงปักหมุดหมายการปราศรัยต่างจังหวัดครั้งแรก มาที่จังหวัดมหาสารคาม???




วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563

จังหวัดมหาสารคาม





เพราะเหตุใดจังหวัดมหาสารคามจึงเป็นสถานที่เป้าหมายการชุมนุมเรียกร้องต่อรัฐบาลจุดต่อไป?

จังหวัดมหาสารคาม (Mahasarakham)  เป็นศูนย์กลางการพัฒนาด้านการศึกษา การศาสนาและวัฒนธรรมภาคอีสาน

การพัฒนาการศึกษาของจังหวัดมหาสารคามเริ่มต้นจาก
การตั้งสถานศึกษาระดับโรงเรียนประถมกสิกรรม เพื่อผลิตครู เป็นแห่งแรกในภาคอีสาน เมื่อ พ.ศ. 2468 โดยตั้งโรงเรียนประถมกสิกรรมที่บริเวณวิทยาลัยเทคนิคมหาสารคามในปัจจุบัน 

  • พ.ศ. 2473 เปลี่ยนฐานะจากโรงเรียนประถมกสิกรรมเป็นโรงเรียนประถมวิสามัญและฝึกหัดครูกสิกรรมชั้นต่ำ
  • พ.ศ. 2474 ยุบเลิกแผนกฝึกหัดครูกสิกรรมชั้นต่ำเหลืออยู่เฉพาะโรงเรียนประถมวิสามัญ
  • พ.ศ. 2481 ยกฐานะโรงเรียนประถมวิสามัญเป็นโรงเรียนประกาศนียบัตรจังหวัด
  • พ.ศ. 2498 เปลี่ยนฐานะโรงเรียนประกาศนียบัตรจังหวัดเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู
  • โรงเรียนฝึกหัดครูมหาสารคามมีบทบาทด้านการพัฒนาการศึกษาอย่างโดดเด่นมาเป็นลำดับ 
  • ในปัจจุบันนี้ สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในจังหวัดมหาสารคาม มี 3 แห่ง ประกอบด้วย
  •    1) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ซึ่งพัฒนามาจากวิทยาลัยครูมหาสารคาม
  •    2) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในภาคอีสาน มหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชี 
  •    3) มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม
เพราะเหตุใดกลุ่มนักศึกษาปลดแอกที่เดินขบวนยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เมื่อวันที่ 19-20 กันยายน 2563 จึงมีกำหนดการปราศรัยเรียกร้องต่อรัฐบาลครั้งต่อไปที่จังหวัดมหาสารคาม?

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2563

Super Poll : ประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลลุงตู่

หนังสือพิมพ์รายวัน ไทยรัฐ ลงข่าวมีพื้นที่ต่อจากข่าวใหญ่พาดหัวข่าว แต่เป็นข่าวเล็กๆอยู่ท้ายสุดในข่าวพาดหัวประจำวัน

ข่าวชิ้นนี้ แสดงผลการสำรวจความคิดเห็นของ ซุปเปอร์โพลล์   ( Super Poll ) ท่ามกลาวข่าวการเตรียมชุมนุมเรียกร้องของแนวร่วมนักศึกษาปลดแอก ที่ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ ดังนี้

1) รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน

 2) รัฐบาลจัดให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ และ

3) นายกรัฐมนตรี ”ลุงตู่” ลาออกจากตำแหน่ง

ในทางการเมือง การชุมนุมเรียกร้อง การเดินขบวน ( Demonstration ) เป็นเรื่องปรกติ นานาประเทศต่างมีการเดินขบวนกันเสมอๆ ในประเทศไทย เคยมีการเดินขบวนของนักศึกษาและประชาชนครั้งใหญ่ๆหลายครั้ง แต่การเดินขบวนในประเทศไทยมักมีการขยายผลบานปลายไปเป็นความรุนแรงหลายครั้ง และการเดินขบวนครั้งที่สำคัญๆก็จบลงด้วยความล้มเหลว ไม่สามารถไปต่อได้ เรียกว่า “ไปไม่เป็น” และลงเอยด้วยการที่ องค์กรอื่น เป็นฝ่ายเข้ามาจัดการบ้านเมืองต่อจากการเดินขบวนที่ใหญ่โต มิใช่รัฐบาลเป็นฝ่ายยอมรับเอาข้อเรียกร้องนั้นๆไปพิจารณาหาทางสนองตอบต่อข้อเรียกร้องแต่อย่างใด คือ รัฐบาลบาลที่เป็นเป้าหมายของฝ่ายเดินขบวนไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อรับเอาข้อเรียกร้องไปแก้ปัญหาดังกล่าวตามข้อเรียกร้อง การเสนอข้อเรียกร้องจึงมิได้มีความหมาย ชีวิตของข้อเรียกร้องจบลงโดย ฝ่ายเดินขบวนเรียกร้องมักไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการสนองตอบข้อเรียกร้องอีกเลย!

อนาคตต่อจากการเดินขบวนในครั้งวันที่ 19 กันยายน 2563 นี้จะเป็นอย่างไร?

 เป้าหมายของการเดินขบวนทางการเมืองครั้งนี้คืออะไร ? เราผู้ติดตามการเมืองไทยพอจะทราบอยู่บ้าง ข้อเรียกร้องที่ชัดเจน คืออะไร ความชัดเจนมีมากขนาดไหน การไปยื่นข้อเรียกร้องของฝ่ายที่เดินขบวนในเช้าวันที่ 20 นี้ ชัดเจนแล้วหรือยัง?

การเรียกร้องจะไปจบลงที่จุดไหน ใครจะรับเอาข้อเรียกร้อง รัฐบาลนี้จะอยู่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องนี้ หรือองค์กรอื่นจะเข้ามาทำหน้าที่แทน?

ผมเองเข้าใจ และเชื่อมั่นว่าฝ่ายกำหนดนโยบาย ฝ่ายยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ฝ่ายแผน และฝ่ายขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติ ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกันในรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คือ รัฐบาลรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ ได้มีการเตรียม “แผนการรับข้อเรียกร้อง” และการนำข้อเรียกร้องต่างๆ ไปพิจารณา และลงมือปฏิบัติให้บังเกิดประโยชน์แก่ประเทศ ชาติ ศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย ต่อไป.







วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563

สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสาน ต้องการปลูกฝังสิ่งใดในแผ่นดินอีสาน?

หรืออาจจะต้องตั้งคำถามว่า 

การสร้างความรวยของลูกอีสาน มีประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคอีสานอย่างไรบ้าง?












ถ้าถามว่า การสร้างความรวยของลูกอีสานมีประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคอีสานอย่างไร ผมใคร่ขอตอบว่า มีประโยชน์อย่างน้อย 2 ประการ คือ

1) มีประโยชน์ต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์( Human Resources Développement) เพราะความรวยของลูกอีสาน หมายถึง การสร้างมนุษย์ใน_าคอีสานที่มีจิตใจ สงบร่มเย็น เป็นมนุษย์ที่คิดในแง่ดี มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง เป็นมนุษย์ที่มีอิสรภาพทางการเงิน เป็นมนุษย์ที่มีอุดมการณ์และเป็นมนุษย์ที่มีความเชื่อมั่นในความสำเร็จของตนเอง ขอเรียนว่ามนุษย์ที่มีลักษณะดังกล่าวนี้ จัดว่าเป็นมนุษย์ที่มีขีดความสามารถในการพัฒนาตนเองและสังคม

2) การสร้างความรวยของลูกอีสานมีประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคอีสาน เพราะว่า หนังสือเล่มนี้ มุ่งพัฒนาลูกอีสานให้มีบุคลิกลักษณะที่สำคัญของคนที่ประสบความสําเร็จระดับแนวหน้า  12 เรื่อง คือ

 2.1 มุ่งสร้างคนให้เป็นคนที่เข้าใจพลังอำนาจที่ไม่จำกัดของ”จิต”  (Infinite Intelligence) และสามารถใช้พลังจิตในการพัฒนาตนเองให้ประสบความสําเร็จ

2.2 มุ่งส่งเสริมการสร้างจินตนาการ #Imagination เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและความเจริญรุ่งเรืองต่อส่วนรวม เพราะ การได้รู้ไม่มีอะไรเลย แค่จินตนาการคือทุกสิ่งทุกอย่าง!

2.3 สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสานมุ่งสร้างความปรารถนา และสร้างไฟในใจ (Desire) ของคนที่ต้องการประสบความสําเร็จ ต้องการฝากฝีมือ และฝากความประทับใจ ฝากความสำเร็จไว้บนโลก และจักรวาล

2.4 สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสานมุ่งสร้างความศรัทธา ( Faith) มุ่งทำความเข้าใจว่าการมีศรัทธาเป็นแหล่งที่มาของพลังอำนาจ การมีศรัทธาเป็นพละกำลังที่ช่วยให้คนเรามีความมุ่งมั่นมีความมานะพยายามและจะได้รับพรอันประเสริฐตามที่คนเรามุ่งหวัง

2.5 สูตรลับนี้ มุ่งพัฒนาความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ มุ่งสร้างความตั้งใจจริง ความต่อเนื่อง (Persistence) ในการปฏิบัติงาน แบบกัดไม่ปล่อยจนกว่าการทำงานนั้นๆจะบรรลุเป้าหมาย ในแบบที่ฝรั่งใช้ประโยคนี้ คือ  By all means, persist!

2.6 สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสาน มุ่งสอนให้คนเรารู้จักคุณค่าของตัวเอง รู้ศักยภาพที่ไม่จำกัดของเรา โดยตั้งคำถามว่า ตัวเรามีคุณค่ามากหรือมีค่าน้อยเพียงใด? What are you worth? และให้ตระหนักว่าตัวเรานั้นมีมูลค่าที่ประมาณไม่ได้ มีค่าไม่จำกัด ตัวเรามีประโยชน์ มีศักดิ์ศรี ผู้อื่นไม่สามารถด้อยค่าเราได้ เว้นแต่ว่าเราจะยอมรับเช่นนั้นเสียเอง!

2.7 สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสาน มุ่งสอนให้เราพึ่งตนเอง โดยรู้จักสร้างทีมงาน สร้างเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของตนเอง เพื่อการพึ่งพาตนเอง (Self Reliance) 

2.8 สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสาน มุ่งสร้างบุคลิกภาพที่น่าประทับใจ (Pleasing Personality) ความเพียรพยายาม และความแนบเนียน สองสิ่งนี้เป็นลักษณะที่สำคัญของการมีบุคลิกภาพที่น่าประทับใจ


ภาคอีสาน












2.9 สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสาน มุ่งสร้างความกระตือรือร้น เพราะไม่มีความยิ่งใหญ่ใดๆที่บรรลุได้โดยปราศจากความกระตือรือร้นโดยมีหลักการปฏิบัติว่า ต้องปฏิบัติด้วยความกระตือรือร้น จึงจะเป็นคนที่กระตือรือร้น

2.10 สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสาน มุ่งสอนให้เราทำความเข้าใจเรื่อง เงิน โดยบอกเราว่าสารหรือข้อความเกี่ยวกับเงิน ก็คือ  “ เงินพูดได้ และเราต้องตั้งใจฟัง” สูตรลับนี้สอนเราให้รู้จัก เงิน รู้จักธรรมชาติของเงิน

2.11 สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสาน มุ่งสอนเราให้รู้จักคาถาสามคำที่จะช่วยให้เราประสบความสําเร็จ คือ Positive Mental Attitude- PMA

2.12 เรื่องสุดท้ายที่ สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสาน มุ่งสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เรา คือ เรื่องห้วงอวกาศภายนอก โดยกล่าวว่า ห้วงอวกาศภายนอกนี้ คือ “การค้นพบที่ยิ่งใหญ่” ซึ่งแตกต่างจากห้วงอวกาศภายในใจเรา ในบทที่ 1 ของหนังสือเล่มนี้ซึ่งยังเป็น “ดินแดนที่เราจะต้องสำรวจต่อไป”

 สำหรับ”ห้วงอวกาศภายนอก” นี้ Napoleon Hill กล่าวว่า คนเราสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่เราต้องการที่จะเป็น ขอเพียงให้เรามีความเชื่อ มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ และลงมือปฏิบัติตามศรัทธาของเรา เพราะเหตุว่า สิ่งใดก็ตามที่จิตของเราสามารถคิดและมีความเชื่อเช่นนี้ได้ จิตก็ประสบความสําเร็จได้!

12 ข้อนี้ คือประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจาก สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสาน และเมื่อทุกท่านมีความเข้าใจ และลงมือปฏิบัติตามสูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสานทันทีแล้ว นอกจากท่านเองจะร่ำรวยแล้ว ท่านยังจะมีส่วนช่วยพัฒนาภาคอีสานให้ก้าวหน้าทัดเทียมภาคอื่นๆของประเทศไทยของเราด้วย.

ขอให้ร่ำรวยครบทั้ง 7 ประการ

ดร.ประสิทธิ์ คชโคตร

18 กันยายน 2563


วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2563

บุคลากรทางการศึกษา:การเชิดชูผลงานทีเป็นเลิศ( Best Practices)

 

ถ้าพิจารณาผลงานครูทีเป็นเลิศในจังหวัดสระแก้วในรอบปี 2563  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ประจำวันที่ 16 กันยายน 2563 รายงานข่าวว่าจังหวัดสระแก้วมีบุคลากรดีเด่นทางการศึกษา ที่มีผลงานระดับควรเชิดชูเกียรติ ถึง 73 คน


ถ้าถามว่า 73 คนนี้ มีความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร?  เราสามารถก็สรุปได้ดังนี้
1)บุคลากรทางการศึกษา ทั้ง 73 ท่าน เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในการรับราชการ เพราะว่าอยู่ในราชการจนเกษียณอายุราชการ
2)บุคลากรทางการศึกษากลุ่มนี้มีความวิริยะ อุตสาหะ สร้างประโยชน์และคุณค่าต่อเยาวชนและประเทศชาติ
3)บุคลากรทางการศึกษาทั้ง 73 ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในรุ่นต่อๆไป




จากลักษณะของความสำเร็จ3 ประการ ข้างต้นนี้ แสดงแน่ชัดว่าวงการการศึกษาไทย โดยเฉพาะอน่างยิ่งที่สระแก้ว ถือว่าการที่บุคลากรทางการศึกษาอยู่ในตำแหน่งจนเกษียณอายุราชการ เป็นลักษณะของความสำเร็จที่เป็นเลิศ ควรถือเอาเป็นตัวอย่าง และจัดว่าการอยู่ในตำแหน่งจนครบเกษียณอายุราชการเป็นความเพียรพยายามและเป็นการสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อเยาวชนและประเทศชาติแล้ว!!!
ท่านผู้บริหารสูงสุดของจังหวัด ยังแนะนำว่า 
ประชาชน 
เยาวชนและ
ข้าราชการ โดยเฉพาะบุคลากรทางการศึกษา
ควรถือปฏิบัติตามท่านเหล่านี้ใน 2 เรื่อง
คืออยู่ในราชการจนเกษียณอายุและ มีความวิริยะ อุตสาหะสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อประชาชน




สำหรับตัวผมเอง ผมคิดว่า ผลงานของบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นเลิศ ระดับ Best Practices นี้ สมควร ฝ่ายที่รับผิดชอบการประเมิณผลงานครู ควรสนใจหยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์ เจาะลึก อย่างละเอียด ถึง แผนงาน โครงการ วัตถุประสงค์ เป้าหมายและกิจกรรมที่สำคัญๆ และเสร็วแล้วนำผลงานที่ดี นำ Best Practices ระดับInnovation ออกเผยแพร่ไปถึงบุคลากรทางการศึกษาอย่างกว้างขวางและจริงจัง


วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2563

การศึกษาในจังหวัดกาฬสินธุ์

 หลังการปรับโครงสร้างการบริหารการศึกษาในการราชการส่วนภูมิภาคออกเป็นฝ่ายศึกษาธิการจังหวัดมีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลการบริหารการศึกษาในจังหวัดกาฬสินธุ์ และแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตมัธยมศึกษา เขต 24 และเขตพื้นที่ประถมศึกษา อีก 3 เขต 



สถานการณ์ที่ฮือขึ้นก็คือว่า  มีข่าววิพากษ์วิจารณ์ว่า การจัดองค์กรบริหารการศึกษาใหม่ลักษณะนี้ เป็นการเพิ่มสายการบังคับบัญชา หรือ Chain of Command ให้ยาวขึ้น ทำให้การสั่งการ การควบคุมดูแล และการดำเนินงานด้านต่างๆล่าช้า เกิดการเสียหายแก่การบริหารการศึกษาในระดับจังหวัด และเขตพื้นที่ แต่ก็น่าแปลกใจที่ต่อมาเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์การจัดองค์กรใหม่นี้ก็คลี่คลายลดน้อยลง


ในปัจจุบันนี้ ปัญหาการศึกษาของประเทศไปกระจุกตัวอยู่ในเรื่องบุคลากรครูค่อนข้างมากกว่าเรื่องเกี่ยวกับนักเรียน กล่าวคือ มักมีข่าวคราวฮือฮามากขึ้นในเรื่องเศรษฐกิจของครู เช่น เรื่องหนี้สินครู เรื่องประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู และองค์การค้าของครู เรื่องความประพฤติไม่เหมาะสมของครูเช่นครูติดการพนัน ครูลวนลามและละเมิดทางเพศแก่ศิษย์ ครูลงมือปล้นจี้ ชิงทรัพย์และสังหารผู้คนด้วยอาวุธร้ายแรง ส่วนเรื่องเด็กๆกับโรงเรียนของเขา เช่น ด้านการเรียน การสร้างผลงานร่วมของครูและนักเรียนมีจำนวนน้อย และการประชาสัมพันธ์ผลงานครูและนักเรียนยังไม่มีการประชาสัมพันธ์เท่าที่ควร กิจกรรมส่วนมากที่ปรากฏมักจะมีกิจกรรมด้านความบันเทิง กิจกรรมงานรื่นเริง กิจกรรมการแต่งกายโปรโมตประเพณีและส่งเสริมงานเทศกาลต่างๆซึ่ง เป็นโอกาสให้เด็กๆได้แสดงแฟชั่นและโชว์ความงาม ตลอดจนการร้องรำในงานประเพณีท้องถิ่นต่างๆ ที่สนุกสนาน ตลก ครื้นเครงเป็นอันมาก



อย่างไรก็ดี วันนี้ มีข่าวเกี่ยวกับเด็กๆออกมาสนใจกิจการบ้านเมือง เด็กๆออกมาแสดงพลัง เด็กๆชุมนุม และปราศรัย เรียกร้องด้วยข้อเรียกร้องเดียวกันกับกลุ่มทางการเมือง ทั้งยัง มีการชูสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการลักษณะเดียวกัน มีการยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดย ในการดีเบท กับรัฐมนตรีว่าการฯ กลุ่มผู้ประท้วงมีการโห่ฮาป่ามากเกินไปในขณะที่ฝ่ายรัฐมนตรีฯกล่าวชี้แจงและตอบคำถาม เหตุการณ์ทั้งหลายทั้งสิ้นนี้ เป็นการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ผิดปรกติหรือไม่?



ที่เล่ามานี้ ผมต้องการขอถามสักนิดได้หรือไม่ ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนในโรงเรียนของประเทศที่ปรากฏว่าเป็นเช่นนี้ มันเป็นผลลัพธ์ที่ตรงตามเป้าหมายและจุดประสงค์ชองหลักสูตรประถมศึกษาและมัธยมศึกษารวมทั้งอุดมศึกษาหรือยัง?



หากจะมีการพิจารณาประเมินผลหลักสูตร และการบริหารการศึกษาไทย วันนี้ใครจะเป็นคนประเมิน และจะมีวิธีการประเมินผลการจัดการศึกษา การบริหารการศึกษา( Educational Administration) อย่างไร และองค์กรใดจะทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด?




วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2563

จุลสารธนาคารสมองมกราคม-มีนาคม 2563

 ธนาคารสมองมีพัฒนาการทางสมองก้าวหน้าหรือไม่?



คำตอบคือ ธนาคารสมองมีความยั่งยืน เพราะว่า การดำเนินกิจการด้านจุลสารยังสามารถบริหารจัดการรูปเล่มและเนื้อหาสาระได้เป็นอย่างดี โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังสามารถส่งผลงานจุลสารเป็นรูปเล่มผ่านไปรษณีย์ไทยมาถึงสมาชิกธนาคารสมองผู้รับบริการได้ตามปกติ แม้ว่าการผลิตจุลสารธนาคารสมองจะยังไม่เป็นปัจจุบัน คือ จุลสาร ฉบับที่ 22 ประจำเดือนมีนาคม2563  มาถึงผู้รับในเดือนกันยายนซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ!

ในส่วนเนื้อหาสาระของจุลสารธนาคารสมองฉบับล่าสุดนั้น ปรากฏว่ายังทันสมัยอยู่เพราะว่า มีการเสนอเรื่องราวของ ไวรัสโควิด-19 เช่น เรื่อง คำศัพท์น่ารู้สู้COVID-19 เรื่อง ไวรัสโควิดผู้นำการเปลี่ยนแปลง เรื่อง การออกกำลังกายอย่างง่ายแบบSit/Stand Jogging เรื่อง การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษาเรื่อง การสร้างระบบดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนรองรับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลง

เรื่อง ปฏิบัติการเครือข่ายฉะเชิงเทราอย่างยั่งยืน และ เรื่อง เรียบเรียงเคียงรั้ววุฒิอาสาฯ ซึ่งเป็นเสมือนบทที่ว่าด้วยสมาชิกสัมพันธ์


 นี่คือไฮไลท์สารคดีในจุลสารธนาคารสมอง ปีที่ 6 ฉบับที่ 22 เดือนมกราคม-มีนาคม 2563 คลิกไซต์ข้างล่างนี้เพื่อติดตามเรืองต่างๆใน

จุลสารธนาคารสมอง

ได้เลย

สวัสดีครับ

14 กันยายน 2563

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2563

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560

 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันผ่านการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยของประชาชน 16.8  ล้านเสียง เมื่อวันที่ 7 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2560 แต่ฝ่ายที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขประสงค์ตัดอำนาจและหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา


           More than sixteen million voters approved the Constitution of the Kingdom of Thailand B.E.2560 ( 2017) on August 7, 2017.  But, right now a group of the Members of Parliament are making an effort to launch an amendment to the Constitution. In their attempt the MPs aim to get rid of a provisional clause of the Constitution so that any amendment to the Constitution may be made more easily. They demand that the procedure for the election of the members of the Upper House and it’s power to give the approval to the choice of a Prime Minister must be brought into attention for further scrutiny. An attempt is from a political party and it calls this attempt a “measure to turn off the light” of the Upper House. The reason for this is to get rid of the power of the upper house. The proposal demands that the Upper House must not have any roles in the election of the Prime Minister.








วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2563

นักปั่นจากร้อยเอ็ด ( 101)


 ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ผมกลับไปรำลึกบรรยากาศความหลังที่วัดภูค่าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นแลนด์สเคปการท่องเที่ยวที่สำคัญมากแห่งหนึ่งในย่านใกล้เคียงที่ต่อเนื่องกับเขื่อนลำปาว 

การมาครั้งนี้ผมมีโอกาส ได้พบกับนักปั่นจักรยานชาวจังหวัดร้อยเอ็ดกลุ่มหนึ่ง ที่ปั่นจักรยานมาท่องเที่ยวสถานที่แห่งนี้ ดังปรากฎในภาพประกอบ

ผมคิดดูแล้ว รู้สึกประทับใจในความมุมานะพยายามของนักปั่นจักรยานชาวร้อยเอ็ดกลุ่มนี้มาก  เพราะว่าระยะทางที่พวกเขาปั่นจักรยานจากร้อยเอ็ดมาถึงอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ก็ก็ไกลพอสมควรทีเดียว คือ ประมาณ 100 กิโลเมตรแล้ว แต่ว่า วัดภูค่าวนี้ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองของอำเภอสหัสขันธ์ออกมาอีกเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 20-30 กิโลเมตร 

อย่างไรก็ตาม การที่พวกนักปั่นชาวร้อยเอ็ดสามารถปั่นจักรยานมาถึงจุดนี้ได้ ก็มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น หนึ่ง พวกเขาได้ออกกำลังกายต่อเนื่องเป็นเวลานานมาก สอง ได้เสริมสร้างความเข้มแข็งของทีม โดยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้จากประสบการณ์ของกันและกันในระหว่างการเดินทาง สาม ได้รับความรู้ใหม่และความบันเทิง เพราะได้ชื่นชมไฮไลต์ด้านสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์หลายแห่ง ตามเส้นทางที่ผ่านมาด้วย เช่น พิพิธภัณฑ์สิรินทร สะพานเทพสุดา  เขื่อนลำปาว เป็นต้น ประโยชน์ข้อสุดท้าย คือ พวกเขาได้ช่วยประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงของจังหวัดร้อยเอ็ดให้นักท่องเที่ยวจากถิ่นอื่นๆด้วย 

ขอขอบคุณที่มาส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของจังหวัดกาฬสินธุ์และขอให้ทุกท่านแข็งแรงและ #ร่ำรวยครบ 7 ประการ ใน #หลักสูตรการสร้างความรวยของชาวอีสาน โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงครับ

http://www.kalasinisan.com/