คนรวยโฟกัสความสนใจที่โอกาส
คนจนโฟกัสความสนใจที่อุปสรรค
Rich people focus on opportunities. Poor people focus on obstacles.
คนรวยมักจะพุ่งความสนใจไปที่ช่องโอกาสในการลงมือทำ และช่องโอกาสที่จะได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ ต่องานของตนเอง เรียกว่าคนรวยชอบมองหาโอกาสที่จะเข้ากระทำ ก็ว่าได้
แต่ในทางตรงกันข้ามคนจนจะมองเห็นแต่อุปสรรค และมองเห็นแต่ปัญหาที่ขัดขวางการลงมือกระทำ
ตัวอย่าง เช่น ในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 คนส่วนใหญ่ถึง 98% เจอผลกระทบในเชิงลบ แต่มีคนเพียง 2 % ที่โควิด-19 กระทบพวกเขาในเชิงบวก เพราะว่าคนเพียง 2% นี้เขามองสถานการณ์แล้วเจอโอกาสในขณะที่คนส่วนใหญ่เจออุปสรรค!
เนื่องจากคนรวยเหล่านี้พุ่งความสนใจไปที่โอกาส ดังนั้น คนรวย จึงเจอโอกาสและสามารถสร้างความรวย รวยแล้วรวยอีก และรวยเพิ่มขึ้นในท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 เพราะว่าในวิกฤติ คนรวยพุ่งความสนใจไปที่โอกาส
T. Harv Eker ผู้เขียน Secrets of the Millionaire Mind เคยเข้าทำธุรกิจฟิตเนส โดยตั้งเป้าว่าจะทำสถานบริการฟิตเนสให้ประสบความสำเร็จ ถึง 100 แห่ง เพื่อให้บริการลูกค้านับหมื่น แต่คู่แข่งของเขากลับตั้งเป้าหมายที่จะทำร้านฟิตเนสให้ประสบผลสำเร็จ จำนวน 1 ร้าน ผลลัพธ์ ก็คือ คู่แข่งของเขาแค่พออยู่ได้ แต่ T.Harv Eker ร่ำรวย!
จากสถานการณ์นี้ คำถามจึงมีว่า
คุณต้องการใช้ชีวิตในแบบไหน? คุณค้องการเล่นเกมส์กีฬาระดับไหน? คุณต้องการเล่นในลีกระดับไหน ใหญ่ หรือ เล็ก ในเมเจอร์ หรือ เกมส์ กระจอกงอกง่อย ทั้งนี้ อยู่ที่คุณจะตัดสินใจ
คนส่วนมากเลือกเล่นเกมส์เล็กๆ เพราะอะไร?
เพราะว่า ประการที่หนึ่ง พวกเขาเลือกเล่นเกมส์เล็กๆเพราะ ความกลัว พวกนี้กลัวความล้มเหลวแทบจะตาย บางทีถึงกับกลัวความสำเร็จด้วยซ้ำไป ประการที่สอง คนเราเลือกเล่นเกมส์เล็กๆน้อยๆ เพราะว่า พวกเขารู้สึกต่ำต้อย พวกเขารู้สึกด้อยค่า รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่มีความหมาย พวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ หรือ ไม่มีความสำคัญพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญๆในชีวิตของคนอื่นๆได้
คำถามที่สำคัญที่ตามมาอีก จึงอยู่ที่ ว่า เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร?
การที่คุณมีชีวิตอยู่มิใช่ว่าอยู่เพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อการสนับสนุนส่งเสริมคนอื่นๆด้วย การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อทำกิจของคุณให้สำเร็จ และเพื่อแสดงถึงเหตุผลที่คุณอยู่บนโลกใบนี้ในเวลานี้ มันเป็นเรื่องของการเพิ่มมูลค่าให้แกคนอื่นด้วย
คนส่วนมากติดข้องอยู่กับตัวเอง อะไรๆ ก็นึกว่าเป็นไปเพื่อตัวเองไปเสียหมด มีแต่ คัวกู ของกู อยู่ตลอดเวลา แต่ลืมไปว่า การอยู่บนโลกนี้ก็เพื่อต่อเติมช่องว่าง เติมชิ้นส่วนที่ขาดหายไปให้แก่โลกในวินาทีนี้
ถ้าคุณต้องการร่ำรวยในความหมายที่แท้จริงที่สุดแล้ว ความรวยจะต้องรวมถึงการเพิ่มมูลค่าให้แก่ชีวิตของคนอื่นๆด้วย
นักประดิษฐ์ นักปราชญ์ท่านหนึ่ง ชื่อ Buckminster Fuller กล่าวว่า เป้าหมายของการมีชีวิตก็คือ อยู่พื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ชีวิตของผู้อื่น ในช่วงชีวิตปัจจุบันนี้และช่วงชีวิตต่อๆไปในภายหน้า
คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษตามธรรมชาติ
สิ่งนี้คือสิ่งที่คุณสามารถทำได้ดีโดยธรรมชาติ ความสามารถนี้คุณได้มาเพราะมันมีเหตุผล คือ #เพื่อใช้และแชร์ขีดความสามารถนี้ร่วมกับคนอื่น
ผลการวิจัยพบว่า คนที่มีความสุขมากที่สุด คือคนที่ใช้ความสามารถพิเศษตามธรรมชาติได้มากที่สุด ดังนั้น พันธกิจชีวิตส่วนหนึ่งของคุณ จึงเป็น #การแชร์ขีดความสามารถของคุณและมูลค่าของคุณกับคนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้
นี่แหละคือ ความหมายของคำว่า เล่นในเกมส์ขนาดใหญ่ ( play big).
ลองคิดถึงความหมายของคำว่า “ผู้ประกอบการ” คำนี้หมายความว่า #ผู้แก้ปัญหาให้คนอื่นและได้รับผลตอบแทน เป็นกำไร ผู้ประกอบการคือ ผู้แก้ปัญหา คุณต้องการแก้ปัญหาให้คนจำนวนมากหรือน้อย ถ้าคุณตอบว่ามาก คุณก็ต้องเริ่มคิดใหญ่และตัดสินใจว่าจะช่วยเหลือคนจำนวนที่มากขึ้น เป็นพัน หรือถึงกับเป็นล้าน ผลพลอยได้ก็คือ ยิ่งคุณช่วยคนได้จำนวนมากเท่าใด คุณก็ร่ำรวยมากขึ้นเพียงนั้น ทั้งในแง่จิตใจ อารมณ์ จิตวิญญาณ และแน่นอนที่สุด ในด้านการเงินด้วย
ต้องไม่ลืมว่า ทุกๆคนบนโลกนี้ต่างก็มีพันธกิจ ถ้าคุณมีชีวิตอยู่ในตอนนี้ ก็เป็นเพราะว่ามันมีเหตุผลของมัน ริชาร์ด บา้ค กล่าวไว้ในหนังสือ ชื่อ โจนาธาน ลิฟวิ่งสตัน นางนวล ว่า
เมื่อมีผู้ถามว่า “จะรู้ได้ยังไงว่าพันธกิจของฉันสำเร็จแล้ว คำตอบมีว่า “ตราบใดที่คุณยังหายใจอยู่ พันธกิจก็ยังไม่จบ”
เท่าทีผมสังเกตเห็น คนส่วนใหญ่ ปรากฎว่า คนส่วนใหญ่มักไม่ทำงาน ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปฏิบัติธรรมะตามธรรมชาติ
คนส่วนใหญ่ทำตัวเล็กๆ คนจำนวนมากปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ ผลลัพธ์ก็คือคนส่วนใหญ่ไม่บรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเอง ทั้งในด้านชีวิตส่วนตัว และในด้านการสนับสนุนคนอื่นๆ
สุดท้ายแล้วก็มาถึงคำถามที่ว่า
ถ้าไม่ใช่คุณ แล้วจะเป็นใคร?
โดยธรรมชาติแล้ว ทุกคนต่างก็มีเป้าหมายที่สำคัญของตน คุณอาจจะเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทีซื้อทรัพย์สินมาเพื่อเก็บค่าเช่า และทำกำไรจากกระแสการเงิน และมูลค่าของทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น
ถามว่าพันธกิจของคุณในส่วนนี้ คืออะไร?
คุณจะช่วยเหลือคนเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง?
เป็นไปได้ว่าคุณสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ชุมชนของคุณ โดยคุณจัดหาที่อยู่อาศัยประเภทที่ก่อนหน้านี้คนด้อยโอกาสเหล่านี้ไม่เคยมีความสามารถที่จะเป็นเจ้าของได้
คำถามอีกข้อหนึ่ง ก็คือว่า มีคนกี่ครอบครัวที่คุณช่วยเหลือได้ คุณต้องการช่วยเหลือ 10 ครอบครัว แทนที่จะช่วยแค่ 1 ครอบครัว 20 ครอบครัวแทนที่จะเป็น 10!ครอบครัว หรือ 100 ครอบครัว แทนที่จะแค่ 20 ครอบครัว
นี่คือสิ่งที่ผมหมายถึง เมื่อผม กล่าวว่า “คิดใหญ่”
การโฟกัสที่โอกาส คือการทำอย่างไร?
ในเรื่อง การคิดใหญ่ ผมชอบข้อเขียน ของ Marrianne Williamson ที่กล่าวไว้ในหนังสือ A Return To Love ที่ว่า
“ คุณก็เป็นบุตรคนหนึ่งของพระเจ้า การที่คุณทำสิ่งใดที่กระจอกๆ มันไม่สามารถให้บริการอะไรแก่โลกนี้ได้หรอก!
ไม่มีประโยชน์อันใดที่คุณจะถล่มตัวเองเพื่อว่าคนอื่นจะไม่ต้องรู้สึกกระดากอายหรือขาดความมั่นใจเมื่อเขาอยู่ต่อหน้าคุณ คนเราทุกคนมีพันธกิจที่ต้องเปล่งรัศมีแบบที่เด็กๆชอบฉายแววความสดใส คุณเกิดมาเพื่อที่จะประกาศแสงสว่างของพระเจ้าที่เปล่งปลั่งอยู่ในตัวคุณ รัศมีนี้มิได้ปรากฎอยู่เฉพาะในตัวคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังปรากฎรังสีอยู่ในทุกๆคน ทันทีที่คุณเปิดโอกาสให้รัศมีของตนเปล่งประกาย คุณก็ได้เปิดโอกาสให้คนอื่นฉายแสงโดยอัตโนมัติเช่นเดียวกัน และทันทีทีคุณปลดปล่อยตนเองจากความกลัว การปรากฎตัวของคุณก็ปลดปล่อยคนอื่นโดยอัตโนมัติเช่นกัน
การโฟกัสที่โอกาส คือ การลงมือทำทันที Get in the games. หรือ การลงมือทำโดยใช้สูตร Fire , Aim, and Adjust.
หมายความว่า คุณ ” ยิง “ ทันที แล้วตรวจผลการยิง ปรับการเล็งใหม่ หรือประเมินผลหลังการยิง แล้ว ก็ “ปรับแก้” ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า นั่นเอง และในระหว่างการยิง ในระหว่างการปรับปรุงแก้ไขทิศทางการเล็ง การยิง คุณอาจจะโชคดีได้พบเจอสิ่งที่ดีๆ สิ่งอื่นๆเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันได้อีกด้วย
ดังนั้น ตอนนี้คุณคิดอะไรอยู่ ไม่ว่าจะพร้อมหรือไม่พร้อมก็ตาม ลงมือทำทันที ต้องฉกฉวยโอกาสทำทันที
คนรวยมองที่โอกาส คนจนมองที่ปัญหา.
13 มกราคม 2565
บางแคเหนือ กรุงเทพมหานคร