วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564

คนรวย ”มุ่งมั่น” ที่จะรวย แต่คนจนแค่อยากรวย

 ทำไมคนจนจึงแค่อยากจะรวย ทำไมคนจนไม่มุ่งมั่นตั้งใจทุ่มเท ที่จะร่ำรวยอย่างจริงจัง อย่าเอาจริง?

ที่เป็นเช่นนี้ ที่คนจนไม่เอาจริง ก็เพราะว่า ในใจของคนจนยังมีแฟ้มความคิดที่ย้ำเตือนตนอยู่เสมอ ว่า การเป็นคนรวยเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การเป็นคนรวย เป็นบาป คนจนยังขาดความแน่ใจ คนจนยังสงสัย หรือยังมี วิจิกิจฉา ในเรื่องความรวย อยู่ นั่นเอง

คนจนยังมี วิจิกิจฉา มี ความสงสัย คลางแคลงใจ ไม่เชื่อมั่น คนจนยังมีความคิดอยู่ว่าการเป็นคนรวยเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่เหมาะไม่สมควร ความสงสัยนี้ เป็นหนึ่งในนิวรณ์ 5 อันเป็นอุปสรรค ขัดขวางความสำเร็จ ผลของการสงสัยนี้ ก็คือ ความคิดยังไม่ “มุ่งมั่น” จริงจัง ไม่เต็มที่ ไม่เต็ม 100 ผลลัพธ์ที่เกิดจากความลังเลใจ สงสัยนี้ ก็คือ คนจนจึงยังเป็นคนจนอยู่ หรือที่กล่าวว่า Poor people stay poor !!! นั่นเอง

 …คุณไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ เพราะคุณไม่รู้ ไม่รู้ว่า … แท้จริงแล้วคุณต้องการอะไร !!!

คุณมุ่งมั่นในสิ่งใด…

มุ่งมั่น คือย่างไร?

 มุ่งมั่น คือทุ่มเทอย่างไม่ยั้งมือ ไม่ใช่แค่อยากได้  เพราะถ้าแค่อยากได้ ก็คือ ถ้าเมื่อไหร่ที่มีสิ่งที่คุณอยากได้ตกจากฟ้าลงมาต่อหน้า คุณก็จะหยิบเอาสิ่งนั้น  ส่วนคำว่าต้องการในระดับที่สูงกว่านี้ขึ้นไปอีก คือ ขั้นตัดสินใจว่าต้องเอาให้ได้ คือต้องตัดหนทางปฏิบัติอื่นๆออกไป เหลือไว้แค่หนทางเดียวคือทางที่จะร่ำรวย เขาจะเดินตามทางนี้ 

อย่างไรก็ดี คุณจะตัดหนทางอื่นๆออกไปได้หรือไม่ นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หมายความว่า คุณจะเต็มที่หรือไม่ ? 

แต่ทันทีที่คนๆหนึ่งทุ่มเทจนสุดตัว ทุ่มเทแบบไม่ยั้งมือ ไม่นึกถึงสิ่งอื่นอีกแล้ว ไม่นึกถึงทางที่จะถอยหลัง มีแต่เดินหน้า มุ่งมั่นที่จะร่ำรวยสุดๆ  สภาวะเช่นนี้จึงเรียกว่า “มุ่งมั่นตั้งใจจริงๆที่จะเป็นคนร่ำรวย” ถึงขั้น ทุบหม้อข้าวแล้ว ถึงขั้น เผาสะพานแล้ว ไม่เผื่อทางอื่นๆอีกแล้ว!!!


  คุณต้องส่งสารออกไปสู่จักรวาล ให้เขารู้ดำรู้แดงไปเลย ว่าคุณต้องการเป็นคนรวย คุณต้องการสิ่งนี้จริงๆ ไม่คิดกังขา สองจิตสองใจ อีกต่อไป

ไม่มีนิวรณ์ทั้ง 5 ประการอีกเลย คุณส่งสารชัดเจน คุณรู้จักว่า

คุณต้องการอะไรอย่างแท้จริง คุณไม่ลังเลสงสัย คุณไม่กังขา  อีกต่อไป !!!






ถ้าจะให้ดีที่สุด วิธีการปฎิบัติข้อแรกเพื่อแสดงออกชัดเจนว่าคุณทุ่มเท คือ 

#เขียนบรรยายอธิบายว่า ทำไม เพราะอะไร การสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยจึงมีความสำคัญสำหรับคุณ สำคัญเพราะอะไร?

สิ่งที่สองให้คุณ #ทำ MOU กับเพื่อนคนหนึ่งหรือคนในครอบครัวคนหนึ่ง ว่า คุณต้องการอาศัยเขาเป็นคนช่วยกระตุ้นคุณให้คุณสร้างความมุ่งมั่นตั้งใจจริงที่จะประสบผลสำเร็จและร่ำรวย โดยวิธีการทำ คือ 

1) คุณมองที่นัยน์ตาเขา พูดกับเขาว่า คุณ โดยระบุชื่อ คุณด้วย แล้วกล่าวว่า ข้าพเจ้า นาย … มุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นคนรวยและคนที่ประสบผลสำเร็จ

 2) ให้เขาพูดคอนเฟิร์มว่า “ ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณ”

3) เสร็จ แล้วคุณจึงกล่าวขอบคุณเขา 

เป็นอันว่าเสร็จ #พิธีทำบันทึกคงามเช้าใจ Memory Of Understanding ( MOU)  เพื่อสร้างความรวย!

!!!!!!!!!!




วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564

คนรวยลงเล่นเกมส์เศรษฐีเพื่อเอาชนะ

 ใช่แล้วครับ หัวข้อเรื่องในวันนี้ หมายความว่า

มหาเศรษฐีเมื่อลงเล่นเกมส์การเงิน เขาต้องเล่น ”เพื่อเอาชนะ” แต่ “คนจนเล่นเกมส์เศรษฐีแค่เพื่อประคองตัวไม่ให้เสีย” 

Rich people play money games to win .Poor people play money games to “ not lose.

ลองคิดดูก็แล้วกัน 

ลองคิดว่า ถ้าทีมฟุตบอลไทย เล่นบอล แบบอุดประตู เพื่อไม่ให้เสียประตูให้แก่คู่ต่อสู้อย่างเดียว  เราจะมีทางชนะในเกมส์นี้หรือไม่ ?

ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ ที่ฝ่ายประคองตัว ไม่บุกเข้าทำประตู ไม่ต้องการเอาชนะ จะเอาชนะเกมส์นี้ได้

การลงสนามมีแต่ต้องเล่นเพื่อเอาชนะ ไม่ใช่เพื่อประคองตัวเอาไว้เพื่อไม่ให้แพ้ !

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า  วิธีคิดของคนรวย ก็คือ เล่นเกมส์การเงินโดยมีเป้าหมายเพื่อเอาชนะ ซึ่งหมายความว่า  คนที่จะชนะต้องเล่น ”เกมส์รุก” 

ต้องสู้ ต้องบุก จึงจะชนะ

“ถ้าคุณหวังแค่พอสะดวกสบาย ขอแค่สบายๆก็พอ  สิ่งที่คุณจะจะได้รับก็คือไม่มีโอกาสที่จะร่ำรวย แต่ถ้าเป้าหมายของคุณคือ การเป็นคนรวย คุณก็จะเป็นคนที่สุขสบาย สุขสบาย อย่างสุดๆ”

วิธีการที่แสดงออกว่าคุณมีความตั้งใจที่จะเป็นคนรวยก็ คือ ต้องทำสองข้อต่อไปนี้

1)  เขียนระบุเป้าหมายทางการเงิน 2 ข้อ ที่แสดงว่าคุณตั้งใจสร้างความอุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่ความต่ำต้อย หรือความยากจน ต้องเขียนเป้าหมายการเล่นเกมส์เพื่อเอาชนะ 

โดยประการแรก ต้องคุณต้องระบุรายได้ต่อปี เช่น ระบุว่า มีรายได้ 5 ล้านบาทต่อปี 

อย่างที่สอง เขียนระบุ มูลค่าสุทธิ  เช่นระบุว่า มูลค่าสุทธิ 35 ล้านบาท

คุณต้องกำหนดเป้าหมายสองอย่างนี้อย่างมีเหตุมีผล คือสามารถบรรลุเป้าหมายได้ในเวลาที่กำหนด แต่อย่าลืมว่าต้องกำหนดเป้าหมายให้สูงๆเอาไว้ เพื่อจะได้มีแรงขับให้เกิดความพยายาม ดังที่มีคนกล่าวว่า เล็งที่พระจันทร์ เพราะอย่างน้อยๆจะได้โดนดาวสักดวงอย่างแน่นอน !

2.) ให้คุณไปทานอาหารที่ภัตตาคารหรูๆ แล้วสั่งอาหารที่ระบุราคาว่า ”เป็นไปตามราคาตลาด” โดยไม่สนใจว่าจะเป็นจำนวนเงินเท่าใด หากราคาแพงมากก็ให้แชร์กับเพื่อนๆ แต่ห้ามสั่งของแบบพื้นๆ ที่ธรรมดาๆนะ

                               
                              ภัตตาคาร CETERA 

   



             วัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารสั่งตรงจากอิตาลี





วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ความลับในจิตของมหาเศรษฐี

 ถ้าเราไม่มีแฟ้มวิธีคิดของคนรวยเก็บไว้ ในคลังความคิด

เมื่อเรามาเจอสถานการณ์ที่จำเป็นที่ต้องหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องราวการเงินที่เผชิญหน้า เราจะไม่มีทางรู้วิธีการที่คนรวยเขาใช้ในการแก้ปัญหา เราจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไปไม่เป็น 

ดังนั้น เราจำเป็นต้องมีแฟ้มความคิดเกี่ยวกับการเงินของคนรวยเก็บเอาไว้ในระบบคิดของเรา เพื่อ ที่จะสามารถดึงเอาความคิดแบบคนรวยออกมาใช้ให้เหมาะแก่สถานการณ์!


วิธีการคิดของเศรษฐี 17 ข้อต่อไปนี้ ถ้าเรา เก็บใส่ไฟล์ในสมองในจิตใจของเราไว้ เวลาที่เผชิญหน้าสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจ เราจะสามารถลอกแบบวิธีทำ ลอกแบบวิธีปฏิบัติของเศรษฐีได้อย่างฉับพลัน ทันท่วงที

วันนี้ ผมจะนำเสนอวิธีการคิดของมหาเศรษฐี หรือคนรวยพันล้าน ข้อที่ 1

และต่อไปในอนาคต ผมจะเสนอวิธีการคิดของมหาเศรษฐี  อีกเป็นเวลา 16 วัน วันละหนึ่งวิธี ไปจนถึงสิ้นปี 2564 เพื่อนำเสนอแฟ้มวิธีคิดของมหาเศรษฐี ให้ครบ 17 วิธี หรือ  #สิบเจ็ดแฟ้มวิธีคิดของคนรวยพันล้าน #แฟ้มความคิดของคนรวย

ต่อไปนี้เป็น #แฟ้มวิธีการคิดของคนรวยพันล้าน ข้อที่ 1 

คนรวยมีความเชื่อ ว่า “ข้าเป็นคนลิขิตชีวิตข้าเอง” 

 แต่คนจนเชื่อ ว่า “ ชีวิตเกิดขึ้นกับฉัน”


Rich people  believe “I create my life.”

 .Poor people believe “Life  happens to me.”


เมื่อคุณคิดว่าชีวิตนี้คุณไม่ได้สร้างเองด้วยมือของคุณ คุณกลับคิดว่าคนอื่นบันดาลความเป็นไปในชีวิตให้แก่คุณ ถึงคราวที่เมื่อไหร่ไม่มีใครบันดาลให้คุณตามที่ต้องการ คุณก็จะชี้โทษคนอื่น คุณก็จะหาข้อแก้ตัวโดยอ้างโน่น นี่นั่น และคุณจะบ่นซ้ำๆ  ซากๆ การขี้บ่นแบบนี้มีแต่จะทำให้คุณคิดถึงเรื่องที่คุณบ่นมากขึ้นๆ  จนเกิดเรื่องจริงๆตามที่คุณบ่นเป็นประจำ เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนี้ ? 

ที่เป็นเช่นนี้ ก็เป็นเพราะว่าคุณเองดึงดูดเรื่องที่คุณบ่น เรื่องที่คุณกล่าวหานั้นเข้ามาหาคุณเสียเอง  !

ตรงกันข้ามคนรวยจะไม่ตกเป็นเหยื่อแบบนี้ คนรวยจะไม่ขี้บ่น ไม่คอมเพลน  ไม่แก้ตัว เพราะคนรวย ต้องมั่นใจว่าคุณเป็นคนสร้างสิ่งต่างๆในชีวิตของคุณเอง และคุณจะรับผิดชอบจัดการสิ่งไม่ดีต่างๆเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นในชีวิตของคุณ

คุณต้องรู้ว่า  คุณเองเป็นคนสร้างความรวย และความไม่รวยของตัวเอง รวมทั้งสามารถสร้างฐานะระดับอื่นๆ เช่น ร่ำรวยมาก ๆ จนน้อย อันเป็นฐานะอื่นๆที่อยู่ระหว่าง ฐานะรวยกับฐานะที่ไม่รวย  คุณจะต้องประกาศแถลงการณ์ ว่า

“ฉันเป็นคนสร้างความสำเร็จทางการเงินทุกๆระดับทีมันเกิดขึ้นจริงๆ”


ต่อจากนี้ไป ทุกครั้งที่คุณคิดโทษคนอื่น  ทุกครั้งที่แก้ตัว หรือทุกครั้งที่คุณขึ้บ่น ให้กระตุกตัวเองโดยใช้นิ้วชี้เชือดคอตัวเอง การทำเช่นนี้ แม้ว่าจะรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่โหดกับตัวเอง แต่มันก็ เป็นเครื่องมือเตือนตนว่า คุณกำลังเขือดคอความคิดทางการเงินที่ไม่ถูกต้อง   และในที่สุดการเตือนตนเช่นนี้ก็จะสามารถกำจัดนิสัยเสียสามอย่าง คือการขี้บ่น การกล่าวโทษคนอื่น และการแก้ตัว ออกไปจากตัวคุณได้









วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่๑) พ.ศ.๒๕๖๔

ข่าวด่วน

ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทาน รัฐธรรมนูญ ฯ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 

ขอเชิญทุกคนติดตามรายละเอียด ซึ่งมีหัวข้อเกี่ยวกับ 5 เรื่อง

ดังต่อไปนี้ 

1) จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบแบ่งเขต 

2) จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมทั้ง

3) วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้ง 

4) วิธีคำนวณจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตในแต่ละจังหวัด 

5) วิธีการคำนวณ จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

ที่สำคัญ คือ ในรัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 นี้ มีการชี้แจงแสดงเหตุผลในการประกาศใช้ ไว้อย่างละเอียดมาก 






รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 นี้ มีผลบังคับใช้วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 ครับ

เชิญชมรายละเอียดได้   เชิญชม คลิกเลย ครับ


วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

อยูแบบไม่ต้องดูเวลาสักหนึ่งวัน Spend A Day Without Your Watch









ฤดูใบไม้ร่วงคราวที่แล้ว ผมทำสิ่งที่ไม่ได้ทำมาหลายปี คือ ผมทิ้งนาฬิกาข้อมือไว้ที่บ้าน แล้วใช้เวลาทั้งวันโดยไม่ได้สนใจดูนาฬิกาเลย


แทนที่จะสนใจดูนาฬิกาและคิดวางแผนว่าจะทำอะไรบ้าง ผมกลับอยู่กับปัจจุบันขณะ และทำสิ่งที่คิดอยากจะทำ


ผมกลาย ”เป็น” มนุษย์จริงๆ มิใช่แค่เป็นคนที่กำลังทำสิ่งนั้นและสิ่งโน้นอยู่


เช้าตรู่ของวันใหม่ผมเข้าไปเดินในป่าลึก ซึ่งเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ผมชอบทำมาก ผมหนีบเอาหนังสือ Walden เล่มปกอ่อนเอาไปด้วย Walden นี้เขียนโดย Henry David Thoreau นักปราชญ์คนสำคัญ มันเป็นหนังสือที่ผมชอบมาก 


พอหาที่นั่งที่เหมาะสำหรับอ่านหนังสือได้แล้ว ผมก็พบกับประสบการณ์ที่ลงตัว เพราะว่ามันเกิดสิ่งหนึ่งขึ้นมา สิ่งนั้นคือ ผมเปิดหนังสือแบบสุ่มๆ แล้วไปเจอย่อหน้าหน้าที่มีข้อความดังต่อไปนี้


“ ที่ผมไปเดินในป่าก็เพราะว่าผมต้องการอยู่อย่างพิถีพิถันเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงของชีวิต เพื่อเรียนรู้สิ่งที่โลกนี้ให้บทเรียนและไม่ได้สอนให้เรารู้ว่า เมื่อเราจวนจะตายจากโลกนี้ไป  จึงพบว่า ที่ผ่านมาเราไม่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการจริงๆ

ผมไม่ประสงค์จะอยู่แบบที่ไม่ได้ใช้ชีวิต เพราะว่าการใช้ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่ามาก และผมเองก็จะไม่อยู่แบบที่ปลีกตัวออกจากชีวิต เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ

ผมต้องการใช้ชีวิตอย่างดื่มด่ำ และดูดดื่มเอาความสดใสซาบซ่า ของชีวิต ผมอยากใช้ชีวิตที่โลดโผนและกล้าหาญอย่างชาวสปาร์ตา เพื่อที่จะขจัดสิ่งที่เราไม่เรียกว่าชีวิตออกไป...”


ผมใคร่ครวญดูถ้อยคำของนักเขียนท่านนี้ อย่างละเอียด และเพลิดเพลินกับความสวยงามของธรรมชาติรอบๆตัวผม


ส่วนเวลาที่เหลือในวันนี้ ผมก็ไปที่ร้านหนังสือ และกลับมาดูToy Story กับลูก ๆ พักผ่อนกับครอบครัวที่ชานเรือน แล้วฟังเพลงโปรดของผม


 


ไม่มีอะไรที่ราคาแพง  ไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อน มีแต่ความเพลิดเพลินอย่างเต็มที่

&&&&&&&&

ประสิทธิ์ คชโคตร แปล จาก Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari 

21 พฤษภาคม 2563

บางแค

กรุงเทพมหานคร

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ขึ้นภูสิงห์ชมหินสามวาฬ Bueng Kan Three Whale Rocks


วันที่สองของทริปอีสานเหนือ (Northeastern Thailand )นี้ เราออกจากที่พักในเมืองบึงกาฬ มุ่งหน้าทิศตะวันออกตามเส้นทาง # 212 เลียบฝั่งแม่น้ำโขงไปนครพนม ประมาณ 30 นาที แล้วแยกขวา ตามถนนหมายเลข 3117 ไปอำเภอศรีวิไล 

ไม่ไกลนักก็ถึงจุดเริ่มต้นขึ้นชมภูสิงห์ 


รถอาสาป่าไม้มาส่งที่นี่ แล้วเราเดินผ่านป้ายหินสามวาฬไปราวๆ 150 เมตรก็ไปยืนอยู่บนหินสามวาฬตัวพ่อ ครับ


ลานพระสิงห์ จุดไหว้พระก่อนเดินทางขึ้นสู่ลานจอดรถก่อนเข้าสู่หินสามวาฬต่อไป


ฐานจอดรถยนต์และจุดเช็คอินก่อนขึ้นเขาชมหินสามวาฬ


ถึงหินสามวาฬ ถ่ายภาพสวยงาม ทริปนี้ท่านปลัดจังหวัดบึงกาฬ วราดิศร อ่อนนุช กรุณาจัดตากล้องพิเศษ ถ่ายภาพพวกเราจากวาฬตัวแม่



แสดงภาพนี้ให้เห็นจุดปฐมนิเทศก่อนเข้าชมหินสามวาฬ ในสถานการณ์ COVID-19 





               ทททสามภาพนี้ถ่ายมาจากหินสามวาฬตัวแม่ 

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เที่ยวบึงกาฬ Bungkahn :The 77th Province in Thailand

 


ฐานเช็คอินของเข้าหน้าที่กรมป่าไม้ ที่อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ก่อนเดินทางขึ้นเขาชมหินสามวาฬ


                   หลังจาก ไหว้พระสิงห์ ที่ลานหินรูปสิงห์





ลานพระสิงห์ จุดพักไหว้พระก่อนเดินทางขึ้นภูดูหิน สามวาฬ

             ภาพที่ย้อนแสงบนหินสามวาฬตัวพ่อ หันหลังให้         พระอาทิตย์ เช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 

ถ่ายรูปที่ลานพระสิงห์ และก้อนหินรูปหัวสิงห์ ก่อนเดินทางต่อไปยังหินสามวาฬ




           ที่นี่หินสามวาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 




ภาพบนหินสามวาฬตัวพ่อ ถ่ายมาจาก หินสามวาฬตัวแม่




วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เที่ยวอีสานเหนือเพื่อส่งท้ายปี2564 Upper Northeastern Thailand in 2021

 







วัดอาฮงศิลาวาส ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ช่วงก่อนถึงตัวเมือง ของจังหวัดบึงกาฬ ประมาณ 20  กิโลเมตร

 หรือห่างจากตัวเมืองหนองคายไปด้านทิศตะวันออกตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 212 ระยะ  ประมาณ 116  กิโลเมตร

วัดอาฮงศิลาวาสมีภูมิสถาปัตย์ที่สวยงามมาก ที่ตั้งก็อยู่จุดที่แม่น้ำมีทั้งคุ้งน้ำ โคงเข้าแล้วโค้งออกยืนเข้าไปในแม่น้ำโขง ด้านสิ่งก่อสร้างปัจจุบันนี้มีโบสถ์สไตล์หลวงพระบางที่สวยงาม มีพระประธานปางแบบเดียวกับพระพุทธชินราชที่พิษณุโลก






ก่อนเข้าเมืองบึงกาฬ นักท่องเที่ยวควรชมความงามเป็นการปรับสภาพจิตใจก่อนเข้าทำกิจกรรมและพำนักที่จังหวัดนี้ครับ

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ลุงตู่จึง”สะดุด” แต่ “ไม่ล้ม”

 ปกติผู้สูงวัย เมื่อเดินเร็วแล้วเกิดสะดุดสิ่งของบนพื้นจนหัวคะมำแล้วมักจะล้มคว่ำเค้เก้ หน้าทิ่มอย่างไม่เป็นท่า 

แต่วันนี้มีข่าวว่าลุงตู่ ประคองตัวอยู่รอดได้


ต้องบอกว่า ผมเองขนาดเป็นนักกีฬากอล์ฟที่เดินมามากจนเชื่อว่าเอาตัวรอดได้ ยังเคยพลาดพลั้งอย่างไม่เป็นท่ามาแล้ว 

โดยเมื่อต้นปี 2564 นี้เอง  ผมเดินสะดุดบันไดไม้ขั้นสุดท้ายแล้วล้มคว่ำหน้าคะมำไปบนพื้นลานหินอ่อนของห้องรับรองของรีสอร์ตที่เชาใหญ่ ทุ่มลงกับพื้นในท่าตะครุบกบเลยครับ ร่างกายไหลถลาลื่นไปบนพื้นเป็นระยะเล็กน้อย ดีว่าเป็นพื้นหินอ่อนผิวเรียบ ผมจึงไม่มีรอขูดขีดหรือมีบาดแผลแต่อย่างใด และที่สำคัญไม่มีคนเห็นความพลาดพลั้งของผม มีเพียงแม่บ้านของรีสอร์ต วิ่งเข้ามาทำท่าจะช่วย แต่ผมก็สามารถลุกขึ้นได้เสียก่อน




ในสถานการณ์ที่กล่าวมานี้ ผมเองไม่ต้องรักษาฟอร์มอะไร มันจึงเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างจากลุงตู่อย่างไกลลิบ เหตุการณ์ของลุงนั่นอยู่ในสายตาของสื่อมวลชน ข้าราชการ และประชาชนคนอื่นๆ เต็มไปหมด ดังนั้น ขายชาติทหาร ระดับนายกรัฐมนตรีของประเทศ มีหรือจะปล่อยให้ตัวเองเสียฟอร์ม ท่านก็ต้องทุ่มสุดตัวรักษา” ฟอร์ม” เอาไว้ให้ได้อยู่แล้ว

 ไม่มีทางที่จะออกปากยอมรับว่ามีการประมาทเลินเล่อ ขาดสติ ทำให้เดินสะดุดหรือออกปากยอมรับว่าร่างการอ่อนแอ 

เห็นกันไหมล่ะว่า”ลุงตู่” ยังออกมาพูดเชิงสำทับสื่อมวลชนอีกเสียด้วยว่า ถ้าใครเอาเรื่องที่สะดุดพื้นนี้ไปลงข่าวละน่าดู!!!

  เท่านั้นไม่พอ “ลุงตู่”ยังชี้นำบรรดาสื่ออีกต่างหากว่าให้สนใจเรื่องที่มีสาระ !


จะอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงพุทธธรรม ตอนก่อนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน หรือ ปัจฉิมโอวาท ที่ว่า ร่างกายนั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ดังนั้น คนเราไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาท

สวัสดีครับ

31 ตุลาคม 2564