1.แก้ที่มาของนายกรัฐมนตรี โดยแก้บัญชีคนที่พรรคการเมืองส่งเข้าเป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยนายกรัฐมนตรีต้องมาจากคนที่เป็น ส.ส. เพื่อปิดประตูกันนายกฯคนนอก
2. แก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแก้รัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ใช้เสียงแค่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาเป็นมติ คือเอาแค่เสียงข้างมากแบบคอมมอนๆก็พอไม่ต้องเอาเสียงแอบโสหลูตมาจ้อริตี้ เพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญสะดวกโยธินขึ้น ขณะที่ส.ส.พรรคฝ่ายรัฐบาล เสนอให้การแก้ไข รธน.ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภา คือเอาเสียงข้างมากแบบ แอบโสหลูตมาย้อริตี้ (#Absolute Majority)
3.จัดตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยญัตติของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายรัฐบาล ให้มี ส.ส.ร.200 คน แต่มีสัญญาประชาคมไว้ว่า ห้ามแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์
ในส่วนของ โครงสร้าง ส.ส.ร.ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 150 คน มาจากการคัดเลือกโดยรัฐสภา 20 คน มาจาก ที่ประชุมอธิการบดีฯ 20 คน และมาจากนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาอีก 10 คน ทั้งนี้ทั้งนั้นมีระยะเวลาดำเนินการ เลือก ส.ส.ร. ยกร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ รวมประมาณ 1 ปี 4 เดือน
อย่างไรก็ดี พรรคฝ่ายค้านและกลุ่มไอลอว์ เสนอให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมดจำนวนไม่น้อยกว่าจังหวัดละ 1 คน แต่สัดส่วนให้ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรแต่ละจังหวัด ระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 1 ปี
4.ยกเลิกมาตรา 270 - 272 เรื่องอำนาจ ส.ว.ในการพิจารณาปฏิรูปประเทศ ยับยั้งกฎหมาย รวมทั้งตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ให้ยกเลิก ส.ว.ที่ คสช. แต่งตั้ง แล้วให้มี ส.ว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมด
5.ยกเลิกมาตรามาตรา 279 โดยยกเลิกอำนาจในการรับรองประกาศและคำสั่งของ คสช.เดิม
6.ให้แก้ระบบเลือกตั้งเพื่อกลับมาเลือกผ่านบัตร 2 ใบ แบบแยกแบ่งเขต
7.ให้ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ
8.ยกเลิกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกไปด้วย








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น