วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563

7 วันอันตรายหรือไม่?

 ถ้าถามผมว่าปี 2563 นี้ 7 วันอันตรายหรือไม่ 

ผมขอบอกว่า ต้องพิจารณา โดยวัดจากประสบการณ์ล่าสุด คือพิจารณาจากประสบการณ์ของตัวผมเองในการเดินทางช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในประเทศ คือการเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิก สภา อบจ. ทั่วประเทศ  ระหว่าง 17-22 ธันวาคม 2563 

ประสบการณ์แรกคือ การเดินทางโดยรถยนต์เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2563 วันนั้น ผมเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัด กาฬสินธุ์ สภาพการจราจรตามถนนหมายเลข 9  ช่วงต่างระดับฉิมพลีมุ่งหน้าบางบัวทอง ปรากฎว่าอยู่ในเกณฑ์คล่องตัว ปริมาณรถเบาบาง แต่การจราจรเริ่มติดขัดเล็กน้อยตรงช่วงก่อนถึงสะพานช้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงกิโลเมตรที่ 71-72 และช่วงจะเข้าต่างระดับบางปะอิน ช่วงกิโลเมตรที่ 82-83 เพราะจุดนี้ผิวจราจรมีการก่อสร้าง และปริมาณกรถหนาแน่นขึ้นเพราะยวดยานมีการชะลอตัวเล็กน้อย สถานการณ์แบบนี้




ดำรงไปจนถึงจุดตรงหน้ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นจุดทางร่วมและทางแยกและมีการก่อสร้างด้วย

อย่างไรก็ดี ช่วงนี้ การเดินทางจัดว่าปลอดอุบัติเหตุบนท้องถนน สถานการณ์คล่องตัวดังล่าวดำเนินติดต่อไปตลอดช่วงถนนพหลโยธิน และต่อเนื่องถึงมิตรภาพ เรื่อยไปจนกระทั่งถึงบ้านไผ่ แล้วแยกขวาเข้าอำเภอบรบือ อำเภอเมืองมหาสารคาม และจนถึงอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตลอดระยะทางไม่มีอุบัติเหตุ มีแต่รถลากจูงรถปิกอัพโลจิสติกจากด้านสระบุรีมุ่งหน้านครราชสีมา กรณีเดียว

เป็นที่ย่าสังเกตว่าตลอดการเดินทางไม่มีด่านกักตรวจถาวร และเฉพาะกิจ


ประสบการณ์ที่สอง
การเดินทางขากลับจากกาฬสินธุ์ กรุงเทพฯ ในวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ผมออกเดินทางเวลาประมาณ 8 นาฬิกาเศษ วันนี้ การจราจรคล่องตัวตลอดการเดินทาง เท่าที่สังเกต จังหวะการเดินทางก็ปลอดโปร่งเช่นเดียวกันกับการเดินทางขามา เพราะว่า วันนี้ไม่มีด่านตำรวจ มีแต่ จนท.ตำรวจที่อำเภอยางตลาด ที่มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ที่จุดกลับรถบรรจบกัน ตรงจุดก่อนเข้าตลาดอำเภอยางตลาด แต่ตำรวจที่ทำภารกิจนี้ ก็เป็นตำรวจที่แต่งกายปกติ ไม่เน้นการแต่งกายเพื่อภารกิจด้านการจราจรเป็นพิเศษ

 ข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง คือ การจราจรบนถนนพหลโยธินตรงอำเภอวังน้อยขาเข้าช่วงต่างระดับบางปะอินที่เคยติดขัดมากและนานมาก ก็ปลอดโปร่งคล่องตัวดี ทั้งนี้เพราะสะพานต่างระดับเพื่อระบายรถขึ้นสายเหนือและเข้าสู่ถนนกาญจาภิเษกฝั่งตะวันตกก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว

กล่าวโดยสรุป ประสบการณ์การเดินทาง 2 วันนี้ ยืนยันคำพูดของ ผบ.ตร. ที่บอกไว้ตอนท่านเช้ารับตำแหน่งใหม่ๆว่าจะอำนวยความสะดวกประชาชนโดยลดการตั้งด่านตรวจที่ไม่จำเป็น!!!


ปีใหม่ 2564 นี้ขอให้ทุกท่านปลอดโรค ปลอดภัย
ร่ำรวยครบทั้ง 7 ประการ


วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563

การเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.กาฬสินธ์ุ

เมื่อเวลาเช้าวันที่ 20 ธันวาคม 2563  ผมไปลงคะแนนเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ และสมาชิกสภาจังหวัด เขตเลือกตั้งที่ 1 ณ หน่วยเลือกตั้ง ที่โรงเรียนชุมชนทุ่งศรีเมืองประชาเรืองวิทย์ ถนนทุ่งศรีเมือง ตำบลกาฬสินธุ์







บรรยากาศปลายปี 2563 ที่หน่วยเลือกตั้งดูสงบเรียบร้อย  เพราะอากาศวันนี้ค่อนข้างเย็นเป็นที่ชื่นชอบของชาวกาฬสินธุ์ ขอให้สังเกตจากการแต่งกายของผู้มาเลือกตั้ง
วันนี้ การดำเนินการเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น ตกเย็นหลังเวลา 17.00 น. มีการนับคะแนนและประกาศผลการนับคะแนน ของหน่วยเลือกตั้งไว้ ณ ที่เลือกตั้ง



รุ่งเช้าวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมาว่านายชานุวัฒน์  เอาชนะ “ไข่มุก” ธิดาของอดีตนายก ฯ ไปด้วยคะแนน สองแสนเศษ กับ หนึ่งแสนเศษดังที่ทราบกันแล้ว




สำหรับผลการเลือกตั้งที่กาฬสินธุ์ ปรากฎว่า คณะผู้บริหารชุดใหม่ตามผลการเลือกตั้งนี้  เป็นทีมคนหนุ่ม เขาทำกิจกรรมกีฬา การพลังงานทางเลือก และการเกษตรอุตสาหกรรม เขาเป็นคนทำธุรกิจ มิใช่ทำการเมืองเพียงอย่างเดียว เขามีประสบการณ์ทางธุรกิจ เราจึงต้องคอยติดตามการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ว่าเขาจะเอาประสบการณ์ 3 ด้านนี้มาพัฒนากาฬสินธุ์อย่างไรบ้าง!!!



วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ความต้องการของพี่น้องประชาชนภาคอีสาน

“ แก้ปัญหาปากท้อง “ เป็นคำตอบของที่พี่น้องชาวภาคอีสานเมื่อถูกยิงคำถามว่าต้องการให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งทำอะไรเมื่อพวกเขาเข้ามาดำรงตำแหน่งนายก อบจ. และตำแหน่งที่มีการเลือกตั้งตำแหน่งอื่นๆ

“อยากให้เพิ่นมาซอยแนวนี่หละ แนวยุ แนวกิน แหม ”

เป็นคำตอบของคุณน้าผู้หญิงชาวไร่ชาวนาท่านหนึ่ง ส่วนผู้นำสตรีท่านหนึ่ง กล่าวว่า  อยากให้พวกเขาใช้คอนเนคชั่น กดดันหน่วยเหนือ หรือชั้นเทิง ให้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดของเรา รวมทั้งต้องการให้มีการสร้างโรงงานแปรรูปผลผลิตยางพารา 





“อยากให้ใช้คอนเนคชั่น แม้ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ อยากให้ผลักดันผ่านงบฟังก์ชั่นรูปแบบนี้ค่ะ” 

ส่วนผู้จัดรายการนิวส์รูมพยายามสรุปว่า ปรากฏการณ์ในการเลือกตั้ง นายก อบจ ครั้งนี้ ทำให้เกิดการตั้งคำถามต่างๆกับนักการเมือง ผู้สมัคร และยังพบอีกว่าประชาชนมีการมองปัญหาในเชิงระบบมากขึ้น




https://program.thaipbs.or.th/NewsRoom/episodes/74530





วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2563

จับตาผู้นำว่าเขามีลักษณะที่โดดเด่น อะไรบ้างหรือไม่ ?

 Napoleon Hill เขียนไว้ตั้งแต่ ปี 1928 (พ.ศ.2471 ) ว่า Henry Ford เป็นบุคคลสำคัญที ได้คะแนนตามกฏแห่งความสำเร็จเฉลี่ยที่  91 โดยคะแนนมา เป็นอันดับที่ 1 ของ 10 คนที่เขาทำการศึกษาลักษณะของคนที่ประสบความสำเร็จ

Hill ทำการศึกษาจาก 15  ลักษณะที่สำคัญอย่างโดดเด่นของคนที่ประสบความสำเร็จโดยให้คะแนน รายการละ 100 คะแนนเสร็จแล้วคิดคะแนนเฉลี่ยเต็ม 100 

ผลการศึกษาพบว่าคนที่ได้คะแนนสูงสุดคือ Henry Ford โดยเขาได้คะแนนฉลี่ย 91 และ Benjamin Franklin มาอันดับที่ 2 ได้ คะแนนเฉลี่ย 90  ประธานาธิบดีลิงคอล์น ไอดอลของผมเข้าที่ 5 ได้ 81 คะแนน

 ในส่วนคนที่ได้คะแนนต่ำสุด ผลการศึกษาพบว่า Napoleon Bonaparte ได้คะแนนเฉลี่ย 71 และ  Jesse James ได้คะแนนเฉลี่ย  37 !!!

ลักษณะที่สำคัญของคนที่ประสบความสำเร็จ 15 ประการที่ Hill กล่าวถึงนี้ มีอะไรบ้าง? 

คำตอบคือ

1.การมีเป้าหมายหลักที่ชัดเจน (Definite Chief Aim) 

2.การมีความเชื่อมั่นในตนเอง (Self Confidence )

3.การมีนิสัยประหยัดอดออม (Habit of Saving ) 

4.การมีความคิดริเริ่มและมีความเป็นผู้นำ (Initiative and Leadership)

5.การมีจินตนาการ (Imagination)

6.การมีความกระตือรือร้น (Enthusiasm) 

7.การมีวินัยสามารถควบคุมตัวเองได้ (Self Control) 

8. การมีนิสัยชอบทำงานให้มากเกินค่าจ้างที่ได้รับ ( Habit of Doing More Than Paid For) 

9. การมีบุคลิกภาพที่น่าประทับใจ (Pleasing Personality)

10. การมีความสามารถในการคิดที่แม่นยำ (Accurate Thinking) 

11. การมีความตั้งใจมั่น ( Concentration ) 

12. การให้ความร่วมมือ (Cooperation)

13.การเรียนรู้และการใช้ประโยชน์จากความล้มเหลว (Benefitting by Failure)

14. การมีความอดกลั้น (Tolerance)

15 . การปฏิบัติตามกฏแห่งการปฏิบัติต่อผู้อื่นในแบบที่เราประสงค์ให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา (Practice the Golden Rule)

นอกจากทำการศึกษาลักษณะสำคัญ 15 ประการนี้แล้ว นโปเลียน ฮิลล์ ยังเขียนเรื่อง  การมีคู่หู หรือ Partner ที่ดี ภายใต้หัวข้อที่ว่า เดอะ มาสเตอร์ ไมนด์ (The Master Mind) ไว้ในบทที่ 1 ของ หนังสือ Laws of Success ด้วย

ดังนั้น เรื่อง The Master Mind นี้ จึงรวมเป็นกฏแห่งความสำเร็จ อีกข้อหนึ่ง คือ ข้อที่ 16 ของหนังสือที่ชื่อ The Laws of Success: The 16 Secrets for Achieving Wealth & Prosperity 


ข้อคิดที่ผมต้องการทิ้งท้ายในวันนี้ คือขอตั้งคำถามว่า

วันนี้ ผู้นำของเรา และตัวเราเอง มี 16 ลักษณะของคนที่ประสบความสําเร็จ หรือยัง ?

เราต้องจับตาผู้นำของเรา แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ เราต้องจับตาตัวเราเอง เราต้องพัฒนาตัวเองเพื่อสร้างความร่ำรวย และความเจริญรุ่งเรือง เพื่อร่วมเป็นพลังในการพัฒนาชาติ !!!

 



.




วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563

A lesson from Jack Ma ‘a Talk to Moscow University‘a Students

 I have come across a discussion that Jack Ma made with students from a famous university in Russia, Moscow University, the other day.

The discussion emphasized how might Jack Ma help develop the logistics in Russia.

He emphasized the power of doing small things for the benefit of huge groups of clients. He used the term “for the benefits of the century”.

Not just  deliver services for the benefits of a small group of clients.

Please click the link  link to  listen to more ways to improve the effectiveness of the logistics In Russia Russia.



วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563

การเดินทางผ่านสถานีอิสรภาพ หลังวันพ่อ


MRT 
รถไฟฟ้าสายนี้ไปใต้ดินเหมือนกัน ไปใต้แม่น้ำเจ้าพระยาด้วยแหละ
วันก่อนผมเดินทางโดย MRT  จากสถานีหลักสองจนถึงสถานีอิสรภาพ แล้ว ขบวนรถลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา รถมุ่งหน้าไปโผล่ที่สถานี สนามไชย ผมมีความรู้สึกว่าผมได้รับทั้งอิสรภาพ และชัยชนะ จากประเทศไทยของเรา


การเดินทางวันนี้ ผมขึ้นรถที่สถานีต้นทาง ดังนั้น ผมจึงมีที่นั่งสบายๆ และในขณะที่ผมกำลังพิมพ์ข้อความนี้ขบวนรถกำลังมุ่งหน้าสถานีสามยอดแล้วครับ มีอิสรภาพ ได้ชัยชนะ จนถึงสามยอด อะไรจะเป็นสุขเกินการอยู่ในประเทศไทย อยู่ที่ไหน ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา !!!

ภารกิจของผมในวันนี้ คือ ผมมีนัดที่โรงแรมแถวสุขุมวิท ซอย 2 ในเวลา เวลา 18.30 ดังนั้น ผมจะเดินทางถึงสถานที่นัดหมายทันเวลาอย่างแน่นอน มีความสุข ความสำเร็จ


ไชโย ไชโย ไชโย




วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ก้าวแรกหลังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยคำร้องของพรรคฝ่ายค้าน กรณีนายกรัฐมนตรีอยู่บ้านหลวงฯ

 2 ธันวาคม 2563 นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปราชการที่ สมุทรสาคร ไป มหาชัย   แล้วไปไหว้ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ที่วัดช่องลม ซึ่งข่าวกล่าวว่าหลวงพ่อวัดบ้านแหลมเป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร เป็นพระพุทธรูปประจำวันพุธ การไหว้พระและสวดมนต์ และไปสถานที่ที่เป็นมงคล เป็นกลวิธีการคิดดี เป็นหนทางสร้างจิตใจที่สงบร่มเย็น  การมีจิตใจที่สงบร่มเย็น และการคิดในแง่ดี เป็น 2 ใน 7 ลักษณะของความรวยตามที่ระบุไว้ใน สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสาน/

ดังนั้น การทำดีที่สุดจึงเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน วันนี้ พี่น้องชาวไทยจำนวนมากขอเป็นกำลังใจ ขอเอาใจช่วย ร่วมดีใจ ที่ท่านนายกลุงตู่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้อีกครั้งหนึ่ง 





สาธุ สาธุครับ


วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

13 เหตุผลทำไมพุทธศาสนาขยายตัวถึง1500% ในยุโรป?

 อะไรคือเหตุผลที่ทำให้พุทธศาสนากำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก??


1. หลักธรรมเรื่อง "อริยสัจ 4" ซึ่งสอนเรื่องทุกข์และการดับทุกข์ (The logic of the Four Noble Truths which based on the causes and cures to our everyday suffering).










2. ความสอดคล้องของหลักคิดในทางพุทธศาสนากับหลักคิดในทางวิทยาศาสนาในเรื่องเหตุและผล (The compatibility of the Sciences with Buddha’s teachings).


3. คำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่องมีชีวิตอยู่บนดาวดวงอื่นที่นอกเหนือจากโลกของเรา (The teachings are compatible with and talk about life on other planets).


4. มีคำสอนที่ปฏิเสธการแบ่งคนเป็นชนชั้นและชาติกำเนิด (The teachings on the evils of slavery and the caste system).


5. มีคำสอนซึ่งส่งเสริมสิทธิสตรี (The teachings on the equality of women).


6. มีคำสอนซึ่งจัดมนุษย์ว่าเป็นสัตว์เพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่ต่างกับสัตว์อื่น (The recognition of humans as members of the Animal Kingdom).


7. มีหลักการปฏิบัติสมาธิภาวนาที่ไม่ได้ให้แค่ความสงบ แต่นำไปสู่ "ปัญญา" คือการพิจารณาเห็นสรรพสิ่งตามที่มันเป็นจริง จึงมีเส้นทางที่ชัดเจนในการพัฒนาจิตวิญญาณของปัจเจกชน (A meditation technique beyond relaxation, but also for wisdom. There is a clear path for spiritual and personal development).


8. อายุขัยที่ยืนยาวกว่า 80 ปี ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สร้างความฉงนงงงวยให้กับผู้คน เพราะอายุขัยเฉลี่ยของคนเมื่อสองพันหกร้อยปีก่อน อย่างดีก็เพียง 35-40 ปีเท่านั้น (The longevity of the Buddha who passed away at the age of 80 when life expectancy was 35 to 40 at best then).


9. พุทธศาสนาไม่บังคับขู่เข็ญให้เชื่อตามเพียงอย่างเดียว หรือไม่สอนให้ศรัทธาโดยขาดปัญญากำกับ (There is no blind faith or unthinking worship in Buddhism).


10. มีหลักคำสอนซึ่งมุ่งส่งเสริมให้สงสัยและตั้งคำถามในหลักธรรมคำสอน ก่อนที่จะปักใจเชื่อและนำไปยึดถือปฏิบัติ ( Questions are encouraged and investigation into the teachings is allowed and important).


11. มีหลักการเรื่อง "กรรม" ซึ่งสอนว่ามนุษย์เป็นผู้รับผลจากการกระทำของตนเอง หาใช่จากอำนาจดลบันดาลจากพระเจ้าซึ่งไร้ตัวตน หรือสิ่งเร้นลับที่ไร้เหตุผล (Buddhism teaches to take full responsibility for all of our own actions).


12. มีหลักคำสอนซึ่งเห็นผลเชิงประจักษ์ได้ทันทีภายหลังการลงมือปฏิบัติ มิใช่ไปรอเสวยผลในโลกหน้าหรือชาติหน้าแบบศาสนาเทวนิยม (It can be approached, realized, and experienced, with immediate results).


13. มีเป้าหมายที่มากกว่าการได้ไปเสวยสุขยังสรวงสวรรค์ในโลกหน้า ซึ่งยังต้องวนเวียนอยู่ในกองกิเลสและความเบื่อหน่ายไปโดยไม่รู้จักจบสิ้น แต่มุ่งไปสู่การปลดปล่อยจิตจากพันธนาการของความอยากได้ อยากมี อยากเป็นโดยสิ้นเชิง จนจิตวิญญาณเข้าถึงอิสรภาพของอย่างแท้จริง (It teaches the goal beyond being rewarded in the afterlife, but to free one's mind from all forms of clinging that leads to an eternal bliss).


14. มีหลักธรรมซึ่งมุ่งสอนในเรื่องความรักความเมตตาโดยปราศจากเงื่อนไข  ความอดกลั้นและความใจกว้าง รวมถึงทางสายกลางซึ่งไม่สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง (The teachings emphasize  unconditioned love and compassion,  tolerance, and moderation).


15. ความถ่อมตนและความเมตตาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อสรรพสัตว์โดยไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณเสมอเหมือนกัน โดยไม่มีแบ่งแยก (Humility of the Buddha).

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ทำไมชาวดัทช์เก่งภาษาอังกฤษโลกจัดอันดับให้เป็นที่หนึ่ง ?

 วันก่อน สำนักข่าวเสนอผลการจัดอันดับประเทศที่ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ แต่ประชาชนมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษมากที่สุด โดยประเทศเนเธอร์แลนด์มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเป็นอันดับที่หนึ่ง!

เพราะเหตุใดเนเธอร์แลนด์มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเป็นอันดับหนึ่ง? 

คำตอบ คือ

1.ลักษณะ ตัวหนังสือของทั้งสองประเทศเหมือนกัน ทั้งนี้เพราะใช้อักษรระบบเดียวกัน และเป็นภาษาตระกูลเดียวกัน คือเป็นภาษาที่คำมีลักษณะต่อเนื่องกัน( ( Aglutinative Language) ไม่ใช่ภาษาคำโดดเหมือนภาษาไทย

2.ประเทศเนเธอแลนด์กับประเทศอังกฤษ ทีตัวเชื่อมโยง ( Linkages) ทางการสื่อสารและการคมนาคมที่ดี  จะเห็นได้จากชาวดัตช์ในประเทศ เนเธอแลนด์สามารถฟังวิทยุ โทรทัศน์ จากประเทศอังกฤษได้สะดวกมาก  ชาวดัทช์เองก็ไม่มีความรู้สึกต่อต้านประเทศอังกฤษ ซึ่งแตกต่างจากชาวฝรั่งเศส ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่าทั้งสองประเทศ ค่างก็เป็นราชอาณาจักรด้วยกัน การมีความเชื่อมโยงที่ดีเช้านี้เป็นการเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ทางภาษาอย่างดียิ่งครับ

3.ลักษณะทางสังคมและการเมืองของเนเธอแลนด์เปิดกว้างเป็นสากล ทั้งนี้เนื่องจาก ประเทศนี้เคยมีอาณานิคมทั้งในทวีปแอฟริกา และทวีปเอเซีย ทั้งยังเป็นที่ตั้งของศาลโลก ประชาชนจึงเปิดกว้างรับความเป็นสากล และภาษาอังกฤษก็เป็นภาษาสากลที่จะต้องเข้าถึงเพื่อความเป็นสากลด้วย

4. การพัฒนาหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองของประเทศ  ถึงแม้ว่าผทดคยเรยนีะกับปริญญาโทในประเทศเนเธอแลนด์โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นเวลาประมาณ 2 ปี แต่ผมก็ไม่ได้คลลุกคลีกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของชาวดัตช์ แต่อย่างไรก็ตาม ผมมีความเข้าใจว่าการพัฒนาหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษของเขาน่าจะมีความก้าวหน้ามากทีเดียวเพราะว่าในการสนทนาาษาอังกฤษกับชาวเนเธอแลนด์ผมไม่เคยพบว่าพวกเขามีปัญหาในการพูด การฟัง การอ่าน และการเขียนเลย!

ผมค่อนข้างมั่นใจว่า โรงเรียน ครู นักเรียน  และ สภาบันภาษา าของชาวเนเธอรีแลนด์น่าจะมีการวิจัย และการพัฒนาหลักสูตรที่มีคุณภาพสูงมากทีเดียว



หันกลับมามองประเทศ ผมพบว่าการวิจัยและพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ คงยังมีความจำเป็นต้องพัฒนาอีกนาน ผมขอเป็นกำลังใจขอให้พวกเราร่วมมือกับสถาบันของประเทศเจ้าของภาษาที่ส่งคนมาสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยจงร้วมมือกันพัฒนาหลักสูตรการเรียน การสอนภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยเป็นการเฉพาะโดย เราต้องทำวิจัยและพัฒนาหลักสูตรให้มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น


 









วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

แก้ไขรัฐธรรมนูญก้าวต่อไปคือ ทำอะไรบ้าง?

 รัฐสภารับร่างแก้ไข 2 ร่าง 

ประกอบด้วยญัตติที่ 1 และญัตติที่ 2 

สาระของญัตติที่รัฐสภารับหลักการ คือ






รัฐสภารับหลักการร่างแก้ไข รธน. มาตรา 256 ตั้ง ส.ส.ร. ของฝ่ายค้านและรัฐบาล

ในการผ่านวาระ 1 ขั้นรับหลักการนี้  มติรับหลักการจะต้องได้คะแนนเสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา
 "ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ทั้ง สองสภา"
 คือ 366 เสียง จาก 732 เสียง 
ทั้งนี้ เพราะว่าในปัจจุบัน มี ส.ส. ปฏิบัติหน้าที่ได้ 487 คน และมี ส.ว. 245 คน และในจำนวน 366 เสียงที่รับหลักการ นี้ต้องเป็นคะแนนเสียงเห็นชอบจาก ส.ว. "ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3" ของวุฒิสภาที่มีอยู่ คือ 82 คน

สาระที่รับหลักการมี 

1.ตั้ง ส.ส..ร.มีสมาชิก 200 คน มาจากการเลือกตั้งทั้ง  200 คน 
 v.s. 
2.ตั้ง ส.ส.ร. มีสมาชิก 200 คน โดย มาจากการเลือกตั้ง 150 คน และ เลือกมาจากกกลุ่มต่างๆ 40 คน กลุ่มนักเรียน นิสิตนักศึกษาอีก 10 คน

การเปิดทางให้นักศึกษา 10 คนเข้าร่วมนี้ น่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ประท้วง ( มอบ) ทั้งหลายในปัจจุบันนี้ ได้มีตัวแทนของพวกเขาเข้าร่วมร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นข้อเด่นและแปลกใหม่กว่าในอดีตการณ์!!!



วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

แก้รัฐธรรมนูญแก้อะไร? แก้ไปทำไม?

 1.แก้ที่มาของนายกรัฐมนตรี โดยแก้บัญชีคนที่พรรคการเมืองส่งเข้าเป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยนายกรัฐมนตรีต้องมาจากคนที่เป็น ส.ส. เพื่อปิดประตูกันนายกฯคนนอก

2. แก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแก้รัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ใช้เสียงแค่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาเป็นมติ คือเอาแค่เสียงข้างมากแบบคอมมอนๆก็พอไม่ต้องเอาเสียงแอบโสหลูตมาจ้อริตี้ เพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญสะดวกโยธินขึ้น ขณะที่ส.ส.พรรคฝ่ายรัฐบาล เสนอให้การแก้ไข รธน.ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภา คือเอาเสียงข้างมากแบบ แอบโสหลูตมาย้อริตี้ (#Absolute Majority)

3.จัดตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยญัตติของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายรัฐบาล ให้มี ส.ส.ร.200 คน แต่มีสัญญาประชาคมไว้ว่า ห้ามแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ 










ในส่วนของ โครงสร้าง ส.ส.ร.ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 150 คน มาจากการคัดเลือกโดยรัฐสภา 20 คน มาจาก ที่ประชุมอธิการบดีฯ 20 คน และมาจากนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาอีก  10 คน  ทั้งนี้ทั้งนั้นมีระยะเวลาดำเนินการ เลือก ส.ส.ร. ยกร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ รวมประมาณ 1 ปี 4 เดือน

อย่างไรก็ดี พรรคฝ่ายค้านและกลุ่มไอลอว์ เสนอให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมดจำนวนไม่น้อยกว่าจังหวัดละ 1 คน แต่สัดส่วนให้ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรแต่ละจังหวัด ระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 1 ปี

4.ยกเลิกมาตรา 270 - 272 เรื่องอำนาจ ส.ว.ในการพิจารณาปฏิรูปประเทศ ยับยั้งกฎหมาย รวมทั้งตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ให้ยกเลิก ส.ว.ที่ คสช. แต่งตั้ง แล้วให้มี ส.ว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมด

5.ยกเลิกมาตรามาตรา 279 โดยยกเลิกอำนาจในการรับรองประกาศและคำสั่งของ คสช.เดิม

6.ให้แก้ระบบเลือกตั้งเพื่อกลับมาเลือกผ่านบัตร 2 ใบ แบบแยกแบ่งเขต

7.ให้ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ 

8.ยกเลิกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกไปด้วย

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2563

Kalasin is not far from Mekong River


 ระยะทางจากทะเลอันดามัน ที่จังหวัดตาก ถึงจังหวัดมุกดาหารที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่เรียกชื่อว่า East-West Economic Corridor-EWEC)  มีความยาวประมาณ 900 กิโลเมตร และจากกาฬสินธุ์ถึงแม่น้ำโขง ที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร ระยะทาง164 กิโลเมตร ระยะทางจากกาฬสินธุ์ถึงแม่น้ำโขงจึงสั้นมาก ดังนั้น กาฬสินธุ์







จึงอยู่ในเขตอิทธิพลของแม่น้ำโขง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ตัวเชื่อมโยงการพัฒนาทุกๆด้าน( Development Linkages) จึงสามารถเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพสูงมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่องโยงผ่านโลจิสติกยิ่งมีลักณะที่ไดนามิก คือมีการเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉงอย่างยิ่ง เพราะว่ามีการอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานทาง  IOT และก้าน AI หรือ Artificial Intelligent มากขึ้น ทั้งยังมีช่องทางการชำระเงินมากขึ้นอีกหลายช่องทางด้วย



วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563

งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564

 งบประมาณของประเทศไทย ปีนี้มียอดรายจ่าย 3.28 ล้านล้านบาท ถ้าถามว่าการจัดสรรเงินงบประมาณไปสู่ภูมิภาคต่างๆ เป็นอย่างไร? 

คำตอบจะเป็นอย่างไร เราจะสามารถตอบคำถามข้อนี้ได้หรือไม่?














ตัวเลขงบประมาณปี 2563 จำแนกเป็นรายภูมิภาคนี้ ผู้อ่านคงจะค้นหาดูได้ยากมาก  เพราะอะไร?

 ตัวเลขงบประมาณรายจ่ายปี 2564 เป็นรายภาค ค้นหายากก็เพราะว่า

ในปัจจุบันนี้ การจัดสรรงบประมาณประจำปี ยังมีลักษณะการจัดสรรงบประมาณยึดตามหน่วยงาน คือ ยังคงมึการจัดสรรให้ แก่กระทรวง ทบวง กรม อยู่ โดยยังไม่ได้ตั้งงบประมาณโดยการจัดสรรไปตามพื้นที่ 

https://images.app.goo.gl/sWzaBKgk4Tu8ivqD7


ดังนั้น การที่เราจะรู้ตัวเลขยอดเงินที่จำแนกตามรายภาค คือภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่าแต่ละภูมิภาคได้รับเงินงบประมาณเป็นจำนวนเท่าใด เรายังจะต้องไปทำการวิเคราะห์เจาะลึก แยกแยะออกเป็นรายพื้นที่เสียก่อน

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันนี้ ตามเอกสารงบประมาณจะมีการแสดงยอดงบประมาณตามโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัด ที่เราสามารถกระทบยอดตัวเลขจากแต่ละกลุ่มได้ทันที การพิจารณาตัวเลขรายการของแต่ละกลุ่มจังหวัดนี้จะทำให้เราได้รู้ว่าพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัดได้รับงบประมาณในหมวดรายจ่ายหมวดหนึ่งๆ เป็นจำนวนเงินเท่าใด

ด้วยหลักการนี้  เราจึงยังไม่ควรหมดสิ้นความหวังในการค้นหายอดงบประมาณรายภาค  เพราะว่า ถ้าเราพยายามพิจารณา หยิบตัวเลขบางตัวมาแล้วนำมารวมกระทบยอด  เราอาจสามารถดูงบประมาณเป็นรายภาคได้อย่างไม่ยากเย็นจนเกินไป 

ดังนั้น ในตอนนี้ผมจึงขอเชิญทุกท่านติดตามชมข้อมูลต่อไปตาม ลิ้งก์  นะครับ