วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ถ้าคุณต้องการมีชืวิตที่ดีๆจริงๆต้องทำ 7 อย่างนี้ทันที

 หนังสือเล่มหนึ่ง ที่ผมซื้อมาจากร้าน National Bookstore ในกรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ตามภาพประกอบนี้ กล่าวไว้ตอนหนึ่ง ว่า



ถ้าคุณประสงค์มีชีวิตที่ดีขึ้นทันที คุณต้องทำ  7 อย่างต่อไปนี้ ทันที คือ


1.Enlarge Your Vision ขยายวิสัยทัศน์ให้กว้างไกล


2. Develop A Healthy Self Image สร้างภาพลักษณ์ที่ดี “สร้างภาพ” ที่สวยงาม


3.Discover The Power Of Your Thoughts And Words ค้นหาให้พบพลังจากความคิด และ คำพูดของคุณ


4.Let Go Of The Past ปล่อยวางอดีต ลืมอดีตให้เป็น


5.Find Strength Through Adversity แสวงหาโอกาสในทุกปัญหาและอุปสรรค


6.Live To Give ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อการให้


7.Choose To Be Happy ต้องตัดสินใจว่าจะต้องมีความสุขให้จงได้


อ่านแนวทางปฏิบัติ 7 ข้อนี้แล้ว ผมมีความรูสึกว่า เป็นแนวทางที่สอดคล้องกันกับ ลักษณะความรวย 7 ประการ ใน #สูตรลับสร้างความรวยของลูกอีสานกอีสาน   ดังนั้น คุณสามารถอ่านสองเล่มนี้เพื่อเสริมกันและกันได้ แต่ที่ดีงามยิ่งขึ้นไปอีก ก็คือ คู่มือเล่มนี้เต็มไปด้วยแบบฝึกหัด ที่สนุกๆ ปลุกระดมสมอง และประกันการลงมือทำ หรือ ส่งเสริมให้มีการ Take Action นั่นเอง เชิญติดตามได้ครับ






วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

โค้ชชีวิต Life Coach

 ผมถือหนังสือเล่มหนึ่งติดตัวเสมอ แอบอ่านหนังสือเล่มนี้เรื่อย แต่ก็มีคนเห็นเราถือหนังสือไปที่ต่างๆด้วย คนเขาคงนึกรำคาญ จึงพูดถามและแสดงความคิดว่า นั่นอ่านอะไร ไม่เห็นจบสักที อ่านจนเก่าจนแก่หมดแล้ว !


แต่ผมก็มักจะเฉยๆ เสีย ไม่โต้ตอบอะไร หรืออย่างมากก็ทำเป็นเหนียมอาย


อยู่มาวันหนึ่งผมนึกหาคำอธิบายถึงเหตุผลที่ผมถือหนังสือเล่มดังกล่าวติดตัวเสมอ ว่าเพราะอะไรผมจึงถือหนังสือเล่มนี้ไปไหนๆด้วยเป็นประจำ


คอนที่ผมคิดหาคำตอบสำหรับคำถามที่ว่าผมหนีบหนังสือเล่มนี้ติดตัว และหยิบขึ้นมามาอ่านเป็นครั้งคราว ว่าเพราะผมมีเหตุผลอะไรบ้างนั้น ผมนึกย้อนอดีตไปถึงตอนที่ผมยังเป็นเด็กชั้นประถมต้น พ่อเคยพาไปในเมือง ตอนเช้าพ่อแวะไปทานกาแฟที่ร้านท่ีพ่อคุ้นเคยแถวใกล้ร้านค้าของคุณพ่อของอาจารย์สุเมธ ทองนุชที่ตั้งอยู่ ใกล้โรงพักตำรวจอำเภอบรบือ วันนั้นมีเพื่อนพ่อมาทานกาแฟด้วย ท่านเห็นผมคะยั้นคะยออยากจะกินกาแฟร้อนใส่นมข้นหวานเหมือนพ่อ แทนที่จะกินนมร้อน หรือโอวัลติน ตามประสาเด็ก ท่านจึง เปรยกับพ่อผมว่า ก้อนเอ๊ย ลูกคนนี้ดูไว้ให้ดีนะ เขามีแวว เขาจะก้าวหน้าอยู่นะ  


ผมสงสัยว่าทำไมผมยังจำคำพูดของเพื่อนพ่อได้ ถึงวันนี้ผมก็ยังไม่ลืม 


ทุกครั้งที่ผม อับจน ทุกครั้งที่ผมมีปัญหาความเดือดร้อน คำพูดของเพื่อนพ่อท่านนี้ทำให้ผมคิดว่าผมเป็นคนมีดี มีความสามารถ ผมเป็นคนที่ใฝ่ฝันถึงสิ่งที่ดีงาม คิดถึงสิ่งที่ตีขึ้นมากกว่าในปัจจุบัน 


คำพูดของเพื่อนพ่อนี้ทำให้ผมคิดถึงคนที่ชี้นพเราให้เดินในเส้นทางทางที่ดี คิดถึงคนที่เป็น Life Coach 

หากผมไม่คิดถึงคำพูดนี้ หากไม่ประคองตั้งจิตให้อยู่ในร่องรอย หากไม่อ่านหนังสือเล่มนี้ หรือเล่มอื่นๆในแนวทางเดียวกัน  เราจะมีคนชี้นำเส้นทางเดินที่ถูกต้อง มีความดีงาม จนสามารถเก็บเอามาเป็นความภาคภูมิใจได้อย่างไร


เล่าเรื่องนี้แล้ว อยากกล่าวต่อไปว่าหนังสือเล่มนี้ที่ผมอ่านประจำก็เหมือน Life Coach คนหนึ่ง


ในชีวิตของคุณมีตอนไหนบ้างที่ต้องการ Life Coach? 


สำหรับผมเอง ขอแชร์ความคิดว่า ผมคิดถึง Life Coach ในสถานการณ์ ต่อไปนี้ 


1. เมื่อรู้สึกว่ากำลังหลงทาง กำลังรู้สึกสับสน


2.เมื่อรู้สึกขาดความมั่นใจในตัวเอง โค้ชชีวิตจะช่วยชี้ทางว่า “ควรจะ” อะไรแน่ โค้ชจะช่วยชี้ทางฝัน และช่วยทำฝันให้เป็นจริง


3. เมื่อคุณมีวิสัยทัศน์ แต่ยังขาดพันธกิจ ขาดแผนงาน และโครงการ ยังขาดกิจกรรมต่างๆที่จะขับเคลื่อนให้บรรลุวิสัยทัศน์ Life Coach จะช่วยคุณได้


4.เมื่อคุณต้องการเปลี่ยนอาชีพ


5.เมื่อคุณต้องการสร้างเสริมสุขภาพและพลานามัยให้สมบูรณ์


6. เมื่อคุณรู้สึกว่าตัวเองมักจะขี้หลงขี้ลืม Life Coach จะช่วยคุณเพิ่มปริมาณความรับผิดชอบ และช่วยให้คุณมุ่งมั่นที่จะทำตามเป้าหมาย เดินหน้าตามฝัน พูดอีกอย่างก็คือช่วยให้ คุณ Follow Through นั่นเอง


7. เมื่อคุณขาดความเพียร เมื่อคุณขาดความรับผิดชอบ คุณล้มเลิกกลางคัน คุณลืมสัญญา ก็ถึงเวลาที่ต้องมีคนช่วยบอกให้คุณทำภารกิจที่คุณเริ่มต้นแล้วให้สำเร็จ มีความเพียร วิริยะ อุตสาหะ และช่วยให้คุณมีแรงบันดาลใจผลักดันคุณให้เดินหน้าต่อไปให้สุดๆ


8. เมื่อคุณผัดวันประกันพรุ่ง


9. เมื่อคุณไม่มีเวลาเหลืออีกแล้ว คุณไม่มีเวลามากพอ Life Coach จะช่วยเหลือให้คุณเจอทางออกได้เร็วขึ้น Life Coach  จะเตือนสติ ช่วยดึงคุณกลับมาเดินถูกทาง และ Life Coach จะช่วยเหลือคุณให้ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น


10. เมื่อคุณต้องการทำเงินมากขึ้น Life Coach จะช่วยคุณหาช่องทางทำเงินจากงานที่คุณชอบ ช่วยหาทุน ช่วยคิดค้นหาทรัพยากร และช่วยให้ไอเดียดีๆให้ความคิดเห็นที่ดีๆ


 11.เมื่อคุณรู้สึกเครียดง่ายขึ้น การที่ต้องลงมือทำงานด้วยตัวเองยิ่งทำให้คุณเครียดเพิ่มมากขึ้น คุณจำเป็นต้องหาตัวช่วย เพื่อให้คุณทำงานได้สำเร็จ Life Coach จะช่วยชี้ทางและสร้างความผ่อนคลาย รวมทั้งมีกิจกรรมต่างๆเพื่อขจัดความเครียดได้


12. เสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองได้มากขึ้น โค้ชชีวิต Life Coach ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง ช่วยเพิ่มความตั้งใจจริงเพิ่มความเอาจริงเอาจัง สนับสนุนให้คุณกล้าเสี่ยงอย่างฉลาด กล้าที่จะทำความฝันให้เป็นความจริง สร้างตวามเชื่อมันว่าคุณทำได้ Life Coach จะเป็นเพื่อนในการเดินทางสู่ความสำเร็จ รวมทั้งพัฒนาความเชื่อมั้นใน




จาก 12 ข้อปฏิบัตินี้ คุณจะเห็นได้ว่าการอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเป็นประจำก็ดี การฟังคำพูดที่ดีงามของเพื่อนหรือคนที่เรารักก็ดี การปฏิบัติเหล่านี้จัดว่าเป็นการพบกับ Life Coach เป็นโอกาสที่จะสร้างกำลังใจ ให้สามารถผลักดัน ชี้นำคุณไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ 


ขอให้ประสบโชคดีครับ

ประสิทธิ์ คชโคตร

27 พฤษภาคม 2565





วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565

ในยามที่คุณทำการคิด คุณทำอะไร?

ในยามที่คุณทำการคิด คุณทำกิจกรรมอะไรบ้าง? 

เพื่อความเข้าใจเรื่องการคิด ผมขอเสนอแนะให้คุณพิจารณาความคิด หรือ สิ่งที่คุณทำการคิดจาก 5 มุมมอง ดังต่อไปนี้ คือ 


1.ความคิดนั้นมีบทบาทและมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์อย่างไรบ้าง

2.ความคิดนั้นมีประวัติความเป็นมาอย่างไร

3.ข้อเท็จจริง องค์ประกอบของการคิดนั้น

4.ประโยชน์ของความคิดที่คุณกำลังคิด

5.เทคนิคในการคิด เช่น การคิดแบบ Scientific Method หรือ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ 

มีหลักในการมองความคิดที่ผมต้องการเน้นย้ำอยู่ข้อหนึ่ง  คือ การคิดมีบทบาทสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิตของเรา  เพราะว่า

 ถ้าคุณคิดดีคุณก็จะได้รับผลดี คิดอย่างไรก็เป็นเช่นนั้น เราปลูกพืชชนิดใด เราก็ได้เก็บเกี่ยวผลของพืชชนิดนั้น 

ดูผลลัพธ์จากสิ่งแวดล้อมของคุณ เพราะว่า สิ่งแวดล้อมของคุณเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นภาพการคิดของคุณ 

มีกฏของจิต กฏเกี่ยวกับการคิดอยู่อย่างน้อยๆก็  8 ข้อ ได้แก่

  1) เราคิดถึงสิ่งใดอยู่เสมอสิ่งนั้นจะเติบโตขึ้นตลอดเวลา

 2) เมื่อมีเหตุมันจึงจะมีผล เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี

 3) กฏแห่งการใช้สอย สิ่งใดที่เราไม่มีการนำมาใช้สิ่งนั้นมันก็จะเสื่อมสภาพ

 4) กฏแห่งความสัมพันธ์กัน

 5) กฏแห่งการแทนที่กัน

 6) กฏแห่งการมีความเชื่ออย่างมีอารมณ์ 

7) กฏแห่งการดึงดูดกันและกัน

8) กฏแห่งการตอบแทน


วิธีการคิดดีแบบใช้กฏของการแทนที่กันในข้อที่ 5 ทำได้โดยการปรับมุมมองสิ่งที่เราเห็น ( Reframing) การปรับมุมมองทำได้โดย 2 วิธีการ ต่อไปนี้ คือ 

วิธีการที่ 1 การปรับเปลี่ยนเรื่องที่คิดด้วยการเขียนความคิดลงบนกระดาษ 

วิธีการที่ 2)  คือ การฟังเทปเสียงการปลุกใจด้วยถ้อยคำที่เป็นไปในเชิงบวก การทำเช่นนี้เป็นการแทนที่ความคิดนั้นด้วยความคิดใหม่ ความคิดอื่นที่ดีๆ  เพราะว่าจิตของคุณคิดได้เวลาละเรื่อง จิตคิดได้ครั้งละเรื่องเดียว ถ้าเรานำความคิดอื่นเข้าแทนที่ความคิดเดิมที่เราไม่ต้องการ ความคิดที่เข้ามาใหม่จะเข้าแทนที่ความคิดที่เราไม่ต้องการนี้ เสร็จแล้วความคิดที่เราไม่ต้องการก็จะหายไปจากใจเรา เพราะว่ามันถูกไล่ที่ ไม่มีที่อาศัย

นี่เป็นไปตามกฏของจิตข้อที่ 5 ข้างต้น 

(Two methods I will discuss are reframing negative to positive thoughts by writing them on paper and listening to recorded positive affirmations ) .








ในยามที่คุณคิด คุณทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งใน 8 ข้อที่กล่าวนี้ คิดบ่อยๆ คิดหาเหตุผล คิดถึงวิธีการนำมาใช้ประโยชน์ 

คิดปลุกใจ คิดเปลี่ยนแปลง คิดศรัทธา คิดดึงดูดความสนใจ คิดชดเชย คิด ตอบแทน หรือคิดให้ ( Give) ด้วยความร่าเริงเบิกบานใจ

สวัสดี

ดร.ประสิทธิ์ คชโคตร 

กาฬสินธุ์ ประเทศไทย

5 เมษายน 2565



วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565

การวิจัยและพัฒนาเพื่อการกระจายอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินสู่ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

 การวิจัยและพัฒนามีกระบวนการและขั้นตอนที่สำคัญยิ่งในขั้นสุดท้าย นั่นคือ การสื่อสารเพื่อการนำเสนอผลการวิจัยและพัฒนา ( Research Presentation And Dissemination )

การสื่อสารเพื่อนำเสนอและเผยแพร่ผลการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนอง 2 วัตถุประสงค์ คือ





1) การกำหนดนโยบายการพัฒนาขององค์กร และ

2) การลงมือขับเคลื่อนการพัฒนาในด้านต่างๆ ที่บุคคล สถาบัน และองค์กระดับชาติและองค์กรนานาชาติมุ่งประสงค์

Research Process ได้จากคำบรรยายของ Dr.Lino แห่งAdamson University ที่กรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ระบุชัดว่า ขั้นตอนสุดท้ายของการวิจัยจบลงที่การสื่อสาร (Communication)  การสื่อสารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ผลการค้นพบ ผลของการวิจัยต่อสาธารณะและผู้ที่เกี่ยวข้อง

ในประเทศไทย  นักศึกษาต้องทำการเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัย https://www.grad.chula.ac.th/thesis.php?id=8  ระดับบัณฑิตศึกษาของตนก่อนจึงจะ ได้รับการเสนอเข้าสู่สภามหาวิทยาลัยเพือพิจารณาอนุมัติปริญญาบัตรระดับนี้







กฏของจิต ( Mental Laws)

 จิต มีกฏของจิต( Mental Laws) ที่สำคัญมากอยู่ 8 ข้อ คือ

 1. สิ่งใดที่เราคิดถึงเสมอสิ่งนั้นจะเติบโตขึ้นตลอดเวลา 

2.กฏของเหตุและผล

3.กฏของการใช้สอยไม่เช่นนั้นจะสูญเสียขีดความสามารถ

4.กฏแห่งความสัมพันธ์กัน เราไม่ได้ร้องเพลงเพราะเรามีความสุขแต่เรามีความสุขเพราะว่าเราร้องเพลง





5.กฏแห่งการแทนที่กัน เราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆในชีวิตได้ แต่เราสามารถควบคุมวิธีการที่เราจะโต้ตอบกับสถานการณ์ต่างๆในรูปแบบใด

6.กฏแห่งความเชื่ออย่างมีอารมณ์

7. กฏแห่งการดึงดูดกันและกัน คนที่คิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน และมีความเชื่อในสิ่งนั้นอย่างจริงใจ จะได้พบกับความสำเร็จความสมบูรณ์ในชีวิต

8.กฏแห่งการตอบแทน สิ่งใดที่เราให้แก่ผู้อื่น ต้องให้ด้วยความรัก ความเคารพ และความนับถือ ของขวัญต้องให้เป็นจำนวนมาก ให้ด้วยความร่าเริงเบิกบานใจ ให้ด้วยความอ่อนน้อม และให้ด้วยความเมตตากรุณา

เราให้สิ่งใด เราก็ได้รับสิ่งนั้น









วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565

ผู้นำชั้นแนวหน้า

 

ผู้นำที่ดี มีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จต้องมี คุณสมบัติของผู้นำชั้นแนวหน้าห้าประการ

1. ต้องมีบุคลิกภาพที่ดี (Character) 

2. ต้องมีขีดความสามารถเฉพาะตัว (Personal Capability )

3.ต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Leading Change) 

4.ต้องมุ่งเน้นผลลัพธ์ของงานเป็นหลัก (Focus on Results) 

5. ต้องมีขีดความสามารถด้านมนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Capability)

ถ้าคุณได้ดูภาพประกอบ จะเห็นได้ว่าเต็นท์ต้องมีเสาพยุงไว้  5 ต้นจึงจะสามารถกางเต็นท์ให้อยู่ได้อย่างมั่นคง  คุณจะเข้าใจทันทีว่า คุณสมบัติของผู้นำทั้ง 5 ประการนี้ ต้องอาศัยกัน เป็นปัจจัยของกันและกันในการบรรลุสภาวะที่เหมาะสมในการเป็นผู้นำที่ดี










วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565

แฟ้มความคิดของคนรวยแฟ้มที่ 5









 คนรวยโฟกัสความสนใจที่โอกาส 

คนจนโฟกัสความสนใจที่อุปสรรค

Rich people focus on opportunities. Poor people focus on obstacles.

คนรวยมักจะพุ่งความสนใจไปที่ช่องโอกาสในการลงมือทำ และช่องโอกาสที่จะได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ ต่องานของตนเอง เรียกว่าคนรวยชอบมองหาโอกาสที่จะเข้ากระทำ ก็ว่าได้ 

แต่ในทางตรงกันข้ามคนจนจะมองเห็นแต่อุปสรรค และมองเห็นแต่ปัญหาที่ขัดขวางการลงมือกระทำ

ตัวอย่าง เช่น ในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 คนส่วนใหญ่ถึง 98% เจอผลกระทบในเชิงลบ แต่มีคนเพียง 2 % ที่โควิด-19 กระทบพวกเขาในเชิงบวก เพราะว่าคนเพียง 2% นี้เขามองสถานการณ์แล้วเจอโอกาสในขณะที่คนส่วนใหญ่เจออุปสรรค!

เนื่องจากคนรวยเหล่านี้พุ่งความสนใจไปที่โอกาส ดังนั้น คนรวย จึงเจอโอกาสและสามารถสร้างความรวย รวยแล้วรวยอีก และรวยเพิ่มขึ้นในท่ามกลางวิกฤติโควิด-19  เพราะว่าในวิกฤติ  คนรวยพุ่งความสนใจไปที่โอกาส

T. Harv Eker  ผู้เขียน Secrets of the Millionaire Mind เคยเข้าทำธุรกิจฟิตเนส โดยตั้งเป้าว่าจะทำสถานบริการฟิตเนสให้ประสบความสำเร็จ ถึง 100 แห่ง เพื่อให้บริการลูกค้านับหมื่น แต่คู่แข่งของเขากลับตั้งเป้าหมายที่จะทำร้านฟิตเนสให้ประสบผลสำเร็จ จำนวน 1 ร้าน ผลลัพธ์ ก็คือ คู่แข่งของเขาแค่พออยู่ได้ แต่ T.Harv Eker ร่ำรวย!

จากสถานการณ์นี้ คำถามจึงมีว่า

คุณต้องการใช้ชีวิตในแบบไหน? คุณค้องการเล่นเกมส์กีฬาระดับไหน? คุณต้องการเล่นในลีกระดับไหน ใหญ่ หรือ เล็ก ในเมเจอร์ หรือ เกมส์ กระจอกงอกง่อย ทั้งนี้ อยู่ที่คุณจะตัดสินใจ

คนส่วนมากเลือกเล่นเกมส์เล็กๆ เพราะอะไร?

เพราะว่า ประการที่หนึ่ง พวกเขาเลือกเล่นเกมส์เล็กๆเพราะ ความกลัว  พวกนี้กลัวความล้มเหลวแทบจะตาย บางทีถึงกับกลัวความสำเร็จด้วยซ้ำไป ประการที่สอง คนเราเลือกเล่นเกมส์เล็กๆน้อยๆ เพราะว่า พวกเขารู้สึกต่ำต้อย พวกเขารู้สึกด้อยค่า รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่มีความหมาย พวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ หรือ ไม่มีความสำคัญพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญๆในชีวิตของคนอื่นๆได้

คำถามที่สำคัญที่ตามมาอีก จึงอยู่ที่ ว่า เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร?

การที่คุณมีชีวิตอยู่มิใช่ว่าอยู่เพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อการสนับสนุนส่งเสริมคนอื่นๆด้วย การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อทำกิจของคุณให้สำเร็จ และเพื่อแสดงถึงเหตุผลที่คุณอยู่บนโลกใบนี้ในเวลานี้  มันเป็นเรื่องของการเพิ่มมูลค่าให้แกคนอื่นด้วย

คนส่วนมากติดข้องอยู่กับตัวเอง อะไรๆ ก็นึกว่าเป็นไปเพื่อตัวเองไปเสียหมด มีแต่ คัวกู ของกู อยู่ตลอดเวลา แต่ลืมไปว่า การอยู่บนโลกนี้ก็เพื่อต่อเติมช่องว่าง เติมชิ้นส่วนที่ขาดหายไปให้แก่โลกในวินาทีนี้

ถ้าคุณต้องการร่ำรวยในความหมายที่แท้จริงที่สุดแล้ว ความรวยจะต้องรวมถึงการเพิ่มมูลค่าให้แก่ชีวิตของคนอื่นๆด้วย

นักประดิษฐ์ นักปราชญ์ท่านหนึ่ง ชื่อ Buckminster Fuller กล่าวว่า เป้าหมายของการมีชีวิตก็คือ อยู่พื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ชีวิตของผู้อื่น ในช่วงชีวิตปัจจุบันนี้และช่วงชีวิตต่อๆไปในภายหน้า 

คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษตามธรรมชาติ

สิ่งนี้คือสิ่งที่คุณสามารถทำได้ดีโดยธรรมชาติ ความสามารถนี้คุณได้มาเพราะมันมีเหตุผล คือ #เพื่อใช้และแชร์ขีดความสามารถนี้ร่วมกับคนอื่น

ผลการวิจัยพบว่า คนที่มีความสุขมากที่สุด คือคนที่ใช้ความสามารถพิเศษตามธรรมชาติได้มากที่สุด ดังนั้น พันธกิจชีวิตส่วนหนึ่งของคุณ จึงเป็น #การแชร์ขีดความสามารถของคุณและมูลค่าของคุณกับคนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

นี่แหละคือ ความหมายของคำว่า เล่นในเกมส์ขนาดใหญ่ ( play big).

ลองคิดถึงความหมายของคำว่า “ผู้ประกอบการ” คำนี้หมายความว่า #ผู้แก้ปัญหาให้คนอื่นและได้รับผลตอบแทน เป็นกำไร  ผู้ประกอบการคือ ผู้แก้ปัญหา คุณต้องการแก้ปัญหาให้คนจำนวนมากหรือน้อย ถ้าคุณตอบว่ามาก คุณก็ต้องเริ่มคิดใหญ่และตัดสินใจว่าจะช่วยเหลือคนจำนวนที่มากขึ้น เป็นพัน หรือถึงกับเป็นล้าน ผลพลอยได้ก็คือ ยิ่งคุณช่วยคนได้จำนวนมากเท่าใด คุณก็ร่ำรวยมากขึ้นเพียงนั้น ทั้งในแง่จิตใจ อารมณ์ จิตวิญญาณ และแน่นอนที่สุด ในด้านการเงินด้วย


ต้องไม่ลืมว่า ทุกๆคนบนโลกนี้ต่างก็มีพันธกิจ ถ้าคุณมีชีวิตอยู่ในตอนนี้ ก็เป็นเพราะว่ามันมีเหตุผลของมัน ริชาร์ด บา้ค กล่าวไว้ในหนังสือ ชื่อ โจนาธาน ลิฟวิ่งสตัน นางนวล ว่า

เมื่อมีผู้ถามว่า “จะรู้ได้ยังไงว่าพันธกิจของฉันสำเร็จแล้ว คำตอบมีว่า “ตราบใดที่คุณยังหายใจอยู่ พันธกิจก็ยังไม่จบ”

 เท่าทีผมสังเกตเห็น คนส่วนใหญ่ ปรากฎว่า คนส่วนใหญ่มักไม่ทำงาน ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปฏิบัติธรรมะตามธรรมชาติ

คนส่วนใหญ่ทำตัวเล็กๆ คนจำนวนมากปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ ผลลัพธ์ก็คือคนส่วนใหญ่ไม่บรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเอง ทั้งในด้านชีวิตส่วนตัว และในด้านการสนับสนุนคนอื่นๆ

สุดท้ายแล้วก็มาถึงคำถามที่ว่า

ถ้าไม่ใช่คุณ แล้วจะเป็นใคร?

โดยธรรมชาติแล้ว ทุกคนต่างก็มีเป้าหมายที่สำคัญของตน คุณอาจจะเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทีซื้อทรัพย์สินมาเพื่อเก็บค่าเช่า และทำกำไรจากกระแสการเงิน และมูลค่าของทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น 

ถามว่าพันธกิจของคุณในส่วนนี้ คืออะไร?

คุณจะช่วยเหลือคนเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง?

เป็นไปได้ว่าคุณสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ชุมชนของคุณ โดยคุณจัดหาที่อยู่อาศัยประเภทที่ก่อนหน้านี้คนด้อยโอกาสเหล่านี้ไม่เคยมีความสามารถที่จะเป็นเจ้าของได้

คำถามอีกข้อหนึ่ง ก็คือว่า มีคนกี่ครอบครัวที่คุณช่วยเหลือได้ คุณต้องการช่วยเหลือ 10 ครอบครัว แทนที่จะช่วยแค่ 1 ครอบครัว 20 ครอบครัวแทนที่จะเป็น 10!ครอบครัว หรือ 100 ครอบครัว แทนที่จะแค่ 20 ครอบครัว

นี่คือสิ่งที่ผมหมายถึง เมื่อผม กล่าวว่า “คิดใหญ่”

การโฟกัสที่โอกาส คือการทำอย่างไร?

ในเรื่อง การคิดใหญ่ ผมชอบข้อเขียน ของ Marrianne Williamson ที่กล่าวไว้ในหนังสือ A Return To Love ที่ว่า 

“ คุณก็เป็นบุตรคนหนึ่งของพระเจ้า การที่คุณทำสิ่งใดที่กระจอกๆ มันไม่สามารถให้บริการอะไรแก่โลกนี้ได้หรอก!

ไม่มีประโยชน์อันใดที่คุณจะถล่มตัวเองเพื่อว่าคนอื่นจะไม่ต้องรู้สึกกระดากอายหรือขาดความมั่นใจเมื่อเขาอยู่ต่อหน้าคุณ คนเราทุกคนมีพันธกิจที่ต้องเปล่งรัศมีแบบที่เด็กๆชอบฉายแววความสดใส คุณเกิดมาเพื่อที่จะประกาศแสงสว่างของพระเจ้าที่เปล่งปลั่งอยู่ในตัวคุณ รัศมีนี้มิได้ปรากฎอยู่เฉพาะในตัวคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังปรากฎรังสีอยู่ในทุกๆคน ทันทีที่คุณเปิดโอกาสให้รัศมีของตนเปล่งประกาย คุณก็ได้เปิดโอกาสให้คนอื่นฉายแสงโดยอัตโนมัติเช่นเดียวกัน และทันทีทีคุณปลดปล่อยตนเองจากความกลัว การปรากฎตัวของคุณก็ปลดปล่อยคนอื่นโดยอัตโนมัติเช่นกัน

การโฟกัสที่โอกาส คือ การลงมือทำทันที  Get in the games. หรือ การลงมือทำโดยใช้สูตร Fire , Aim, and Adjust.

หมายความว่า คุณ  ” ยิง “  ทันที แล้วตรวจผลการยิง  ปรับการเล็งใหม่ หรือประเมินผลหลังการยิง แล้ว ก็ “ปรับแก้” ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า นั่นเอง  และในระหว่างการยิง ในระหว่างการปรับปรุงแก้ไขทิศทางการเล็ง การยิง  คุณอาจจะโชคดีได้พบเจอสิ่งที่ดีๆ สิ่งอื่นๆเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันได้อีกด้วย

ดังนั้น ตอนนี้คุณคิดอะไรอยู่ ไม่ว่าจะพร้อมหรือไม่พร้อมก็ตาม  ลงมือทำทันที ต้องฉกฉวยโอกาสทำทันที

 คนรวยมองที่โอกาส คนจนมองที่ปัญหา.

13 มกราคม 2565

บางแคเหนือ กรุงเทพมหานคร