วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่๑) พ.ศ.๒๕๖๔

ข่าวด่วน

ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทาน รัฐธรรมนูญ ฯ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 

ขอเชิญทุกคนติดตามรายละเอียด ซึ่งมีหัวข้อเกี่ยวกับ 5 เรื่อง

ดังต่อไปนี้ 

1) จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบแบ่งเขต 

2) จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมทั้ง

3) วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้ง 

4) วิธีคำนวณจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตในแต่ละจังหวัด 

5) วิธีการคำนวณ จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

ที่สำคัญ คือ ในรัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 นี้ มีการชี้แจงแสดงเหตุผลในการประกาศใช้ ไว้อย่างละเอียดมาก 






รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 นี้ มีผลบังคับใช้วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 ครับ

เชิญชมรายละเอียดได้   เชิญชม คลิกเลย ครับ


วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

อยูแบบไม่ต้องดูเวลาสักหนึ่งวัน Spend A Day Without Your Watch









ฤดูใบไม้ร่วงคราวที่แล้ว ผมทำสิ่งที่ไม่ได้ทำมาหลายปี คือ ผมทิ้งนาฬิกาข้อมือไว้ที่บ้าน แล้วใช้เวลาทั้งวันโดยไม่ได้สนใจดูนาฬิกาเลย


แทนที่จะสนใจดูนาฬิกาและคิดวางแผนว่าจะทำอะไรบ้าง ผมกลับอยู่กับปัจจุบันขณะ และทำสิ่งที่คิดอยากจะทำ


ผมกลาย ”เป็น” มนุษย์จริงๆ มิใช่แค่เป็นคนที่กำลังทำสิ่งนั้นและสิ่งโน้นอยู่


เช้าตรู่ของวันใหม่ผมเข้าไปเดินในป่าลึก ซึ่งเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ผมชอบทำมาก ผมหนีบเอาหนังสือ Walden เล่มปกอ่อนเอาไปด้วย Walden นี้เขียนโดย Henry David Thoreau นักปราชญ์คนสำคัญ มันเป็นหนังสือที่ผมชอบมาก 


พอหาที่นั่งที่เหมาะสำหรับอ่านหนังสือได้แล้ว ผมก็พบกับประสบการณ์ที่ลงตัว เพราะว่ามันเกิดสิ่งหนึ่งขึ้นมา สิ่งนั้นคือ ผมเปิดหนังสือแบบสุ่มๆ แล้วไปเจอย่อหน้าหน้าที่มีข้อความดังต่อไปนี้


“ ที่ผมไปเดินในป่าก็เพราะว่าผมต้องการอยู่อย่างพิถีพิถันเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงของชีวิต เพื่อเรียนรู้สิ่งที่โลกนี้ให้บทเรียนและไม่ได้สอนให้เรารู้ว่า เมื่อเราจวนจะตายจากโลกนี้ไป  จึงพบว่า ที่ผ่านมาเราไม่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการจริงๆ

ผมไม่ประสงค์จะอยู่แบบที่ไม่ได้ใช้ชีวิต เพราะว่าการใช้ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่ามาก และผมเองก็จะไม่อยู่แบบที่ปลีกตัวออกจากชีวิต เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ

ผมต้องการใช้ชีวิตอย่างดื่มด่ำ และดูดดื่มเอาความสดใสซาบซ่า ของชีวิต ผมอยากใช้ชีวิตที่โลดโผนและกล้าหาญอย่างชาวสปาร์ตา เพื่อที่จะขจัดสิ่งที่เราไม่เรียกว่าชีวิตออกไป...”


ผมใคร่ครวญดูถ้อยคำของนักเขียนท่านนี้ อย่างละเอียด และเพลิดเพลินกับความสวยงามของธรรมชาติรอบๆตัวผม


ส่วนเวลาที่เหลือในวันนี้ ผมก็ไปที่ร้านหนังสือ และกลับมาดูToy Story กับลูก ๆ พักผ่อนกับครอบครัวที่ชานเรือน แล้วฟังเพลงโปรดของผม


 


ไม่มีอะไรที่ราคาแพง  ไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อน มีแต่ความเพลิดเพลินอย่างเต็มที่

&&&&&&&&

ประสิทธิ์ คชโคตร แปล จาก Life Lessons From The Monk Who Sold His Ferrari 

21 พฤษภาคม 2563

บางแค

กรุงเทพมหานคร

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ขึ้นภูสิงห์ชมหินสามวาฬ Bueng Kan Three Whale Rocks


วันที่สองของทริปอีสานเหนือ (Northeastern Thailand )นี้ เราออกจากที่พักในเมืองบึงกาฬ มุ่งหน้าทิศตะวันออกตามเส้นทาง # 212 เลียบฝั่งแม่น้ำโขงไปนครพนม ประมาณ 30 นาที แล้วแยกขวา ตามถนนหมายเลข 3117 ไปอำเภอศรีวิไล 

ไม่ไกลนักก็ถึงจุดเริ่มต้นขึ้นชมภูสิงห์ 


รถอาสาป่าไม้มาส่งที่นี่ แล้วเราเดินผ่านป้ายหินสามวาฬไปราวๆ 150 เมตรก็ไปยืนอยู่บนหินสามวาฬตัวพ่อ ครับ


ลานพระสิงห์ จุดไหว้พระก่อนเดินทางขึ้นสู่ลานจอดรถก่อนเข้าสู่หินสามวาฬต่อไป


ฐานจอดรถยนต์และจุดเช็คอินก่อนขึ้นเขาชมหินสามวาฬ


ถึงหินสามวาฬ ถ่ายภาพสวยงาม ทริปนี้ท่านปลัดจังหวัดบึงกาฬ วราดิศร อ่อนนุช กรุณาจัดตากล้องพิเศษ ถ่ายภาพพวกเราจากวาฬตัวแม่



แสดงภาพนี้ให้เห็นจุดปฐมนิเทศก่อนเข้าชมหินสามวาฬ ในสถานการณ์ COVID-19 





               ทททสามภาพนี้ถ่ายมาจากหินสามวาฬตัวแม่ 

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เที่ยวบึงกาฬ Bungkahn :The 77th Province in Thailand

 


ฐานเช็คอินของเข้าหน้าที่กรมป่าไม้ ที่อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ก่อนเดินทางขึ้นเขาชมหินสามวาฬ


                   หลังจาก ไหว้พระสิงห์ ที่ลานหินรูปสิงห์





ลานพระสิงห์ จุดพักไหว้พระก่อนเดินทางขึ้นภูดูหิน สามวาฬ

             ภาพที่ย้อนแสงบนหินสามวาฬตัวพ่อ หันหลังให้         พระอาทิตย์ เช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 

ถ่ายรูปที่ลานพระสิงห์ และก้อนหินรูปหัวสิงห์ ก่อนเดินทางต่อไปยังหินสามวาฬ




           ที่นี่หินสามวาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 




ภาพบนหินสามวาฬตัวพ่อ ถ่ายมาจาก หินสามวาฬตัวแม่




วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เที่ยวอีสานเหนือเพื่อส่งท้ายปี2564 Upper Northeastern Thailand in 2021

 







วัดอาฮงศิลาวาส ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ช่วงก่อนถึงตัวเมือง ของจังหวัดบึงกาฬ ประมาณ 20  กิโลเมตร

 หรือห่างจากตัวเมืองหนองคายไปด้านทิศตะวันออกตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 212 ระยะ  ประมาณ 116  กิโลเมตร

วัดอาฮงศิลาวาสมีภูมิสถาปัตย์ที่สวยงามมาก ที่ตั้งก็อยู่จุดที่แม่น้ำมีทั้งคุ้งน้ำ โคงเข้าแล้วโค้งออกยืนเข้าไปในแม่น้ำโขง ด้านสิ่งก่อสร้างปัจจุบันนี้มีโบสถ์สไตล์หลวงพระบางที่สวยงาม มีพระประธานปางแบบเดียวกับพระพุทธชินราชที่พิษณุโลก






ก่อนเข้าเมืองบึงกาฬ นักท่องเที่ยวควรชมความงามเป็นการปรับสภาพจิตใจก่อนเข้าทำกิจกรรมและพำนักที่จังหวัดนี้ครับ