วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2563

Kalasin is not far from Mekong River


 ระยะทางจากทะเลอันดามัน ที่จังหวัดตาก ถึงจังหวัดมุกดาหารที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่เรียกชื่อว่า East-West Economic Corridor-EWEC)  มีความยาวประมาณ 900 กิโลเมตร และจากกาฬสินธุ์ถึงแม่น้ำโขง ที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร ระยะทาง164 กิโลเมตร ระยะทางจากกาฬสินธุ์ถึงแม่น้ำโขงจึงสั้นมาก ดังนั้น กาฬสินธุ์







จึงอยู่ในเขตอิทธิพลของแม่น้ำโขง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ตัวเชื่อมโยงการพัฒนาทุกๆด้าน( Development Linkages) จึงสามารถเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพสูงมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่องโยงผ่านโลจิสติกยิ่งมีลักณะที่ไดนามิก คือมีการเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉงอย่างยิ่ง เพราะว่ามีการอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานทาง  IOT และก้าน AI หรือ Artificial Intelligent มากขึ้น ทั้งยังมีช่องทางการชำระเงินมากขึ้นอีกหลายช่องทางด้วย



วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563

งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564

 งบประมาณของประเทศไทย ปีนี้มียอดรายจ่าย 3.28 ล้านล้านบาท ถ้าถามว่าการจัดสรรเงินงบประมาณไปสู่ภูมิภาคต่างๆ เป็นอย่างไร? 

คำตอบจะเป็นอย่างไร เราจะสามารถตอบคำถามข้อนี้ได้หรือไม่?














ตัวเลขงบประมาณปี 2563 จำแนกเป็นรายภูมิภาคนี้ ผู้อ่านคงจะค้นหาดูได้ยากมาก  เพราะอะไร?

 ตัวเลขงบประมาณรายจ่ายปี 2564 เป็นรายภาค ค้นหายากก็เพราะว่า

ในปัจจุบันนี้ การจัดสรรงบประมาณประจำปี ยังมีลักษณะการจัดสรรงบประมาณยึดตามหน่วยงาน คือ ยังคงมึการจัดสรรให้ แก่กระทรวง ทบวง กรม อยู่ โดยยังไม่ได้ตั้งงบประมาณโดยการจัดสรรไปตามพื้นที่ 

https://images.app.goo.gl/sWzaBKgk4Tu8ivqD7


ดังนั้น การที่เราจะรู้ตัวเลขยอดเงินที่จำแนกตามรายภาค คือภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่าแต่ละภูมิภาคได้รับเงินงบประมาณเป็นจำนวนเท่าใด เรายังจะต้องไปทำการวิเคราะห์เจาะลึก แยกแยะออกเป็นรายพื้นที่เสียก่อน

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันนี้ ตามเอกสารงบประมาณจะมีการแสดงยอดงบประมาณตามโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัด ที่เราสามารถกระทบยอดตัวเลขจากแต่ละกลุ่มได้ทันที การพิจารณาตัวเลขรายการของแต่ละกลุ่มจังหวัดนี้จะทำให้เราได้รู้ว่าพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัดได้รับงบประมาณในหมวดรายจ่ายหมวดหนึ่งๆ เป็นจำนวนเงินเท่าใด

ด้วยหลักการนี้  เราจึงยังไม่ควรหมดสิ้นความหวังในการค้นหายอดงบประมาณรายภาค  เพราะว่า ถ้าเราพยายามพิจารณา หยิบตัวเลขบางตัวมาแล้วนำมารวมกระทบยอด  เราอาจสามารถดูงบประมาณเป็นรายภาคได้อย่างไม่ยากเย็นจนเกินไป 

ดังนั้น ในตอนนี้ผมจึงขอเชิญทุกท่านติดตามชมข้อมูลต่อไปตาม ลิ้งก์  นะครับ




   


วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ภาคอีสานกับเขื่อนเอนกประสงค์ในภาคอีสาน

 เขื่อนเอนกประสงค์ (Multipurpose Dams) ในภาคอีสาน คือ #โครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ (Économie Infrastructure)

เขื่อนเอนกประสงค์ เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจประเภทหนึ่ง เพราะว่าเป็นเขื่อนที่มีประโยชน์ในการสนับสนุนและส่งเสริมการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชนในภูมิภาค และและส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศการส่งอาชีพประชาชนเป็นเอนกประการ การกล่าวเช่นนี้หมายถึงว่าเขื่อนเอนกประสงค์นี้มีประโยชน์ต่อการผลิต (Production) ซึ่งเป็นการลงทุน( Investment) เป็นเครื่องจักรตัวหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้านต่างๆ อันได้แก่การทำการเกษตร การค้าขาย การขนส่ง การป้องกันรักษาสุขภาพพลานามัย การอุตสาหกรรม การพาณิชย์ การศึกษา การบริการประชาชนและอื่นๆ



ธุรกิจที่พัก และภัตตาคาร



เขื่อนเอนกประสงค์เขื่อนที่ 2 ของประเทศไทย

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริสนับสนุนส่งเสริมอาชีพประชาชน อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท้องถิ่นกันดาร และในชนบทห่างไกล เขื่อนเอนกประสงค์ และเขื่อนชลประทาน มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพประชาชนเป็นอันมาก กระทรวงมหาดไทยเริ่มต้นตามรอยเบื้องพระยุคลบาทโดยการมีการตั้งส่วนราชการฝ่ายการส่งเสริมอาชีพขึ้นในกองปกครองท้องที่ กรมการปกครอง ปัจจุบันมีการแยกส่วนราชการออกไปตั้งเป็น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย 

ในปัจจุบันนี้ การส่งเสริมอาชีพ เป็นภารกิจหลักของส่วนราชการเกือบจะทุกส่วน เพียงแต่มีการเรียกชื่อภารกิจส่งเสริมอาชีพประชาชนเหล่านั้นในสายตาของตน ส่วนราชการ ( Government Sector -G) ไม่ว่าทหารก็ดี ตำรวจก็ดี ต่างก็หันมาตั้งส่วนราชการส่งเสริมอาชีพประชาชนด้วยกันเกือบทั้งหมดทั้งสิ้น ที้งนี้เนื่องจากต่างก็เข้าใจว่าการส่งเสริมอาชีพประชาชน คือการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ การส่งเสริมอาชีพประชาชนเป็นมาตรการเพิ่มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ( Gross National Product -GDP) นั่นเอง


สวัสดี



วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ปีงบประมาณ 2564 การพัฒนาภาคอีสานจะเป็นอย่างไรบ้าง?


 ระบบการศึกษาไทยวันนี้ต้องมุ่งประสงค์ที่การผลิตคนเข้าสู่การประกอบการภาคธุรกิจ หรืองานด้านการผลิตของภาคเอกชนเป็นจำนวนมากเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ แต่ประเทศไทยก็ยังผลิตกำลังคนที่ตรงกับเป้าหมายนี้ยังไม่สำเร็จ ดังจะเห็นได้ว่า ทุกวันนี้ ข่าวทางโซเชี่ยลและข่าวกระแสหลักต่างประโคมว่าเด็กๆที่จบการศึกษาแล้วล้วนต้องการเข้ารับราชการมากกว่าไปทำธุรกิจภาคเอกชน หรือหันมาประกอบอาชีพส่วนตัว สถิติและข่าวหนังสือพิมพ์ต่างบอกว่าเร็วๆนี้ จำนวนผู้ว่างงานที่ไปสมัครสอบแข่งขันเป็นทหารพราน และสอบแข่งขันเพื่อบรรจุครูมีสูงมาก  สภาพและปริมาณคนหางานที่มีจำนวนมากเช่นนี้ หมายความว่าการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาภาคอีสานมีสถานะเป็นอย่างไร?












จากการสนทนากับแท้กซี่ชาวอีสานคนหนึ่งวันนี้ ทำให้เห็นถึงแนวโน้มการพัฒนาภาคอีสานบางประการ  คือ แท้กซี่คนนี้ เขาสวมนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ แท็ก ฮอยเอ้อ เขาบอกว่าซื้อมาหลายปีแล้ว ยังใช้ได้ดีอยู่ เขาบอกว่าเขาเข้ามาอยู่ใน กทม.ตั้งแต่ พ.ศ.2529 เขาเข้ากรุงเทพหางานทำทันที เขาจบการศึกษาระดับ ม.3 เขาก็เข้ากรุงเทพแล้ว 

หลังจากเราฟังเขาพูดต่อไปอีกนิด กลับกลายเป็นว่า แรกทีเดียวเขาไม่ได้มีความต้องการเข้าสู่งานอาชีพส่วนตัวแบบการขับขี่แท็กซี่นี้เลย เขาเองก็ต้องการเป็นข้าราชการ และความจริงเขาก็สอบแข่งขันเป็นบุรุษไปรษณีย์ได้แล้ว แต่เผลอไปกินเหล้าฉลองผลการสอบกับเพื่อนเพลินไปหน่อย จนไม่ได้ไปรายงานตัวรับตำแหน่ง จึงพลาดโอกาส และตกบันไดพลอยกระโจนทำให้ต้องเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ

อันที่จริง เราต้องการถามว่า ความมุ่งมั่น ความตั้งใจจริงของเขาไปอยู่ที่ไหนเสีย เป้าหมายของเขาอยู่ที่ไหน อะไรคือเครื่องยึดเหนี่ยว อะไรคือเข็มทิศชีวิตของเขา ระบบการศึกษาไทยจะช่วยเรื่องนี้ได้หรือไม่ หรือ พระพุทธศาสนาจะชี้ทางเดินที่ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภาคอีสานเพิ่มขึ้นได้อย่างไร?

มุมมองที่ดีในเรื่องนี้ คือ เมื่อผมถามว่าปัจจุบันนี้ชีวิตชาวนาในชนบทบทเป็นอย่างไรบ้าง? คำตอบของเขาทำให้เราต้องคิดอย่างหนัก มันน่าคิดนะ เพราะเขาคนนี้ตอบว่า ชาวนาอีสานส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้เป็นชาวนาที่ก้าวหน้านะ ก้าวหน้าเพราะพวกเขามีกิจกรรมการเกษตรที่มีการพัฒนา ครัวเรือนก็มีฐานะดีขึ้นพวกเขามีพืชผักมีผลผลิตในไร่นา ชาวนามีรถยนต์นั่ง ชีวิตของพวกเขาสบายขึ้นนะ!!!

มุมมองเช่นนี้เป็นมุมมองของแท้กซี่ลูกอีสานในกรุงเทพฯที่หาได้ยากมากเลย !!!

ทำไมหายาก?

หายากมากเพราะว่าในสายตาของเขา ภาพชาวนาไทยในชนบทอีสานแตกต่างไปจากภาพในสายตาของโซเชี่ยลมีเดียและสื่อกระแสหลักอย่างสุดๆ

ขอสวัสดีก่อนนะ สำหรับวันนี้

สวัสดี